Red_lotus 's Fiction RoomRed_lotus 's Fiction Roomhttp://redlotus15.blog.fc2.com/แหล่งรวบรวมฟิคทั้งหมดค่ะ
2014/11/22*Sat* -6- ริมฝีปากร้ายโฉบเข้าหากลีบปากอิ่มแดง เบียดความแข็งแรงเข้าหาความอ่อนนุ่มจนร่างเล็กไม่ทันตั้งตัว อี้ชิงได้แต่อึ้งก่อนจะดิ้นขัดขืนด้วยกำลังที่เหลือ “อื้อ!” มีเพียงเสียงอู้อี้ขัดขืนเท่านั้น คริสตะโบมจูบสั่งสอนเด็กดื้อที่ยังคิดสู้กับเขา มือใหญ่รวบมือเล็กทั้งสองไว้ด้วยกัน ส่วนอีกมือก็ทำหน้าที่สัมผัสร่างกายของคนที่ดิ้นขัดขืนไปมา เขาบีบเคล้นเนื้อตัว สัมผัสจุดอ่อนไหวของร่างบางจนตัวอ่อนเหลวเป็นขี้ผึ้งลนไฟ แต่กระนั้นอี้ชิงก็ยังไม่ยอม เขาไม่อยากเสียทีให้เจ้าของโรงแรมหื่นกามนี่ เรื่องอะไรมาหาเรื่องเขาแถมยังจะข่มขืนอี้ชิงอีก คิดว่าเป็นเจ้าของที่นี่แล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไง “ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าคิดสู้” เสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมหูบาง ก่อนจะงับใบหูเล็กจนอี้ชิงต้องย่นคอหนี คริสยิ้มมุมปากกับจุดอ่อนไหวที่สุดในร่างกายของอี้ชิง ก่อนจะซุกจมูกกับริมฝีปากไล้เล็มช่วงหลังหูและลำคอขาวนั่น “อะ..อื้อ...” เสียงดื้อดึงเปลี่ยนเป็นครางแผ่วหวาน แต่ก็ไม่อาจยั้งให้เจ้าของพายุอารมณ์ปราณีเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับจุดอารมณ์วาบหวามให้ก่อเกิดขึ้นกับชายหนุ่ม คริสข่มใจกลั้นความรู้สึกของตัวเองไว้ เขาแค่อยากสั่งสอน อยากจะทำให้เด็กดื้อคนนี้ได้รู้สำนึกว่าไม่ควรจะมาลองดีกับเขา แต่ส่วนลึกแล้วสัตว์ร้ายในใจกำลังคำรามลั่น อี้ชิงปลุกมันด้วยดวงตาฉ่ำหวานที่มองตรงมาราวกับเหยื่อที่ร้องขอชีวิต มันยากเกินไปที่จะปล่อยให้เจ้ากระต่ายน้อยที่มาลองดีกับราชสีห์ออกไปจากอาณานิคมแห่งนี้ ไม่เป็นเหยื่อก็ย่อมเป็นอาหาร ขืนปล่อยให้เข้าป่าไปก็มีแต่จะลำพองตนว่าเขาเมตตาเกินไปหรือเปล่า แม้จะคิดเช่นนั้นแต่จูบครั้งต่อมากลับเรียกร้องอารมณ์แปลกประหลาดให้กับร่างเล็ก อี้ชิงเผยอปากรับลิ้นอุ่นเข้ามาอย่างไม่เต็มใจนัก ชั้นเชิงที่เหนือกว่าทำให้อีกคนเหมือนควบคุมตัวตนและจิตวิญญาณของอี้ชิงไปเสียหมด เขาพยายามคิดหนีแต่เหมือนหลงทางในหุบเขาวงกต ไม่ว่าจะไปทางไหนก็มีแต่จะถลำลึกจนหาทางออกแทบไม่เจอ คนตัวเล็กตระหนักรู้ถึงอันตราย ร่างกายที่หวงแหนถูกสัมผัสอย่างย่ามใจ แต่ที่ทำให้อี้ชิงเจ็บใจมากกว่าคือเขารู้สึกร้อนผ่าวตื่นตัวทุกครั้งที่มือใหญ่จับต้อง “อย่าดื้อ...” เสียงกร้าวเปลี่ยนเป็นนุ่มทุ้ม คริสกระซิบชิดริมหูก่อนจะไล่จูบสันกรามหอมหวานนั้นแผ่นเบา อี้ชิงแหงนหน้าหนีแต่อีกฝ่ายกลับไล่จูบอย่างไม่ลดละก่อนจะทาบริมฝีปากดูดกลืนกลีบปากนุ่มเพื่อปั่นป่วนอี้ชิงอีกครั้ง แย่แน่....หากเป็นแบบนี้เขาจะไปเหลืออะไรสู้คริสได้เลย แม้แต่เรี่ยวแรงจะขัดขืนก็แทบจะไม่มีเหลือ เขาเป็นอะไรไป ทำไมร่างกายของเขากลับไม่ตอบสนองตามที่สมองสั่ง คริสมอมเมาเขาด้วยจุมพิตนั้นหรืออย่างไรกัน จมูกโด่งซุกเข้าหาลำคอขาว ริมฝีปากหนาขบเม้มผิวเนื้อขาวดั่งน้ำนมด้วยความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น คริสอยากห้ามใจ แต่เนื้อตัวหอมกรุ่นนี้กลับหลอกล่อให้เขาหลงมัวเมาได้ไม่ต่างจากไวน์ชั้นดี ยิ่งละเลียดชิมก็ยิ่งได้รับรู้ทั้งกลิ่นและรสชาติที่ซ่อนเร้น เสน่ห์เฉพาะที่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้ว่ามีกำลังปั่นป่วนทุกสำนึกของคริสให้ถอยกลับ เปลี่ยนให้ความต้องการและสัญชาตญาณเป็นตัวชักนำการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ เสื้อผ้าของคนตัวเล็กถูกกำจัดออกแทบจะในทันที คริสป้อนจูบล่อลวงอี้ชิงอีกครั้งขณะปลดกระดุมและซิบกางเกงยีนเข้ารูป มือหนาสอดผ่านเนื้อผ้า ลูบไล้สะโพกอิ่มตึงก่อนจะดึงกางเกงตัวสวยออกจากเรือนร่างเล็ก ไม่ทันแล้ว ไม่ว่าฟ้าถล่มหรือแผ่นดินจะทลายเขาก็ไม่อาจห้ามตัวเองให้ครอบครองร่างตรงหน้าได้ จางอี้ชิงยามเปลือยเปล่าช่างยั่วอารมณ์ชายหนุ่มได้ดีเหลือเกิน ผิวเนื้อขาวไร้ตำหนิเป็นเหมือนผืนผ้าใบที่รอเขาแต่งแต้มด้วยรอยจูบ เนื้อผิวเนียนที่ไม่ว่าสัมผัสไปทางไหนก็ลื่นมือ ริมฝีปากอิ่มแดงที่เผยอน้อยๆ นั่นก็ช่างยั่วยวนเขาเสียเหลือเกิน ไหนจะเป็นตุ่มไตสีหวานที่กำลังท้ายทายเขาอยู่ หัวใจของคริสเต้นดังราวกับจะระเบิดออกจาก เขาไม่รู้จะเชยชมส่วนไหนก่อนถึงจะสมกับความปรารถนาที่อัดแน่นจนแทบล้นนี้ คริสถอดเสื้อออกอย่างรวดเร็ว เสียดสีเนื้อตัวแข็งแรงกับผิวขาวละมุน ริมฝีปากหนาบรรจงจูบปลุกเร้าให้ร่างเล็กตอบสนองสัมผัสเขามากกว่าเก่า “อะ...อ๊ะ” เสียงครางหวานผสมลมหายใจหอบเหนื่อยดังขึ้น คริสเร่งเร้าอยากได้ยินมันมากกว่านี้ ชายหนุ่มพรมจูบลำคอขาวลงไปถึงไหปลาร้า ก่อนจะลดใบหน้าลงครอบครอบตุ่มเนื้อเปล่งปลั่งตรงหน้า อี้ชิงครางหนัก แผ่นอกบางไหวสะท้านกับสัมผัสไม่คุ้นเคย มือเล็กดันไหล่หนาออกห่างก่อนจะเปลี่ยนเป็นจิกเล็บลงมาเมื่อคริสตวัดเลียมันอย่างบ้าคลั่ง เขากำลังจะตาย อี้ชิงแทบครวญครางไม่เป็นภาษา กระแสอารมณ์ปั่นป่วนในท้องน้อยราวกับพายุลูกโต ยามที่มือหนาเลื่อนผ่านหน้าท้องแบนเรียบไปยังส่วนอ่อนไหวที่กำลังฟ้องอารมณ์น่าอายอยู่ ร่างขาวจัดแดงก่ำเมื่อคริสกอบกุมส่วนนั้น เสียงหัวเราะทุ้มแหบพร่า ลมหายใจดังกระเส่าชิดริมหูเหมือนชายหนุ่มกำลังล้อเล่นกับเขา สะโพกเล็กพยามบิดหนีแต่ยิ่งทำแบบนั้นคนบนร่างก็ยิ่งเสียดสีส่วนเดียวกันลงมาทักทาย “อี้ชิง...” เสียงเซ็กซี่เรียกชื่อเขาอยู่ หัวใจของอี้ชิงราวกับถูกฉีดด้วยสารกระตุ้นที่ทำให้เต้นแรง มันวาบหวามอีกทั้งล่อหลอกให้อี้ชิงรู้สึกต้องการขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ มันน่าอายมากมายที่คิดเช่นนี้ เขากำลังเป็นเหยื่อแต่สักขีพยานในกายกลับยินดีกับรสสัมผัสนั้นโดยไม่คิดจะโต้แย้ง ความอ่อนเดียงสาทำให้ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม ร่างกายตอบสนองไปตามสัญชาตญาณก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความสุขสมจนยากที่จะปฏิเสธได้ มือหนาคุมจังหวะ รีดเค้นเอาตัวตนจนดวงตาของอี้ชิงพร่าเลือน ประกายแสงสีขาวพร่างพรายก่อนจะสลายเป็นใบหน้าหล่อคมที่กำลังมองสีหน้าของอี้ชิงอย่างหลงใหล “นายมัน...” คริสกัดริมฝีปาก เขาไม่อยากให้นิยามสีหน้ารัญจวนใจนั่น มือใหญ่เกี่ยวปลายผมที่เริ่มเกาะกันเพราะเหงื่อพราวด้วยแววตาชวนฝัน สะกดคนมองให้ยิ่งหลงในใบหน้าสมบูรณ์แบบราวกับต้องมนต์ มือใหญ่ไล้ผ่านร่องเนื้อตึงแน่น ก่อนจะสอดแทรกปลายนิ้วเรียวสำรวจช่องทางรัก “อี้ชิง...” เขาเรียกชื่อก่อนจะระดมจูบใบหน้าหวานอีกครั้งเพื่อลบเลือนความเจ็บปวดให้กับร่างที่สั่นระริก ความบริสุทธิ์กำลังท้าทายให้เขาสร้างมลทิน แต่กระนั้นคริสก็อยากให้สิ่งที่ทำในครั้งนี้เป็นบทเรียนที่จะฝังลึกเข้าไปให้คนตัวเล็กได้จดจำ ร่างกายของเขาพร้อมยิ่งกว่าพร้อมที่จะได้ทำหน้าที่นี้ อีกคนก็ถูกทำให้ยินยอมและเชิญชวนให้อยากกระโจนเข้าไปยังห้วงอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล อี้ชิงหวีดร้องยามความแข็งแรงชำแรกผ่านเรือนร่าง เขาแทบจะแตกดับด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสนี่ น้ำตาหยดเล็กกลั่นรวมที่หางตาแต่ไม่นานก็ถูกริมฝีปากเชี่ยวชาญเก็บเกี่ยวมันไป ลมหายใจหนักถี่รัวรินรดผิวแก้มใส อี้ชิงมองเห็นสันกรามแข็งแรงขบแน่นอย่างพยายามยั้งอารมณ์ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกปลุกปั่นด้วยแรงขยับโยกเนิบช้า “คนเก่ง” คริสกระซิบเสียงแผ่ว กอดร่างเล็กแน่นเท่าที่อ้อมกอดนั้นจะทำได้ ใบหน้าหวานซุกกับแผ่นอกหนาชื้นเหงื่อ กลิ่นกายของคริส กล้ามเนื้อของคริสกำลังทำให้อี้ชิงมัวเมา ความเจ็บปวดเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความหฤหรรษ์เมื่อคริสขยับโยกเข้าหา มือหนาประคองใบหน้าหวาน จ้องมองดวงตาปรือปรอยนั่นก่อนจะเบียดริมฝีปากอ้อยอิ่งแนบชิด มือเล็กปัดป่ายทั่วแผ่นหลังกว้าง อี้ชิงทั้งครางทั้งกรีดร้องกับจังหวะที่โหมกระแทกจนร่างไหวโยก มือหนาโอบสะโพกกลมกลึง บีบขยำเนื้อนิ่มเต็มไม้เต็มมือก่อนจะสวนสะโพกเข้าหาจนลึกสุด ร่างเล็กกระตุก ลมหายใจขาดห้วงกับประสบการณ์ที่ไม่อาจจินตนาการได้ ความสุขสมแผ่กระจายไปทั่วร่างก่อนจะรับรู่ถึงสายธารอุ่นที่พร่างพรายในกายตนพร้อมเสียงครางทุ้มต่ำชิดริมหู พายุอารมณ์สงบลงแล้ว เหลือเพียงสองร่างที่กอดก่ายกันอยู่บนเตียงกว้าง เสื้อผ้าของทั้งสองกระจายไปรอบๆ เตียงนอนยับยู่ยี่พร้อมกับความเงียบที่แสนน่ากลัว คริสตระกรองกอดร่างเล็กในอ้อมอก มองกลุ่มผมนุ่มสีเข้มของคนที่นอนหันหลังให้ตั้งแต่เมื่อครู่ หลังจากที่ปล้นเอาความบริสุทธิ์ของอี้ชิงไปแล้วคริสก็แทบเหมือนคนใบ้ เขาเหมือนผู้ร้ายที่ไร้ซึ่งข้อแก้ตัว แต่ถ้าถามว่าเขาเสียใจกับความผิดครั้งนี้หรือไม่ เขาก็ตอบได้ในทันทีว่าหากเขาไม่ก่อการครั้งนี้ก็ไม่อาจล่วงรู้ถึงสิ่งล้ำค่าที่อยู่ตรงหน้า “อี้ชิง...” เขาทำได้เพียงแค่เรียกชื่อคนตัวเล็ก ริมฝีปากหนาจูบไล้หัวไหล่กลมมนแผ่วเบา เห็นร่างเล็กกระตุกสั่นก็รู้ว่าอี้ชิงรู้สึกตัวดีทุกอย่าง มันยากที่จะหาข้อแก้ตัวให้กับการกระทำของเขา แต่คริสก็อยากให้หลังจากนี้มันดำเนินไปในทางที่ดี “ขอโทษนะ” มันคงไม่มีคำไหนดีไปกว่านี้ แต่สำหรับอี้ชิงแล้วมันแย่เอามากๆ มือเล็กแกะท่อนแขนหนาหนักออกก่อนจะพยุงร่างกายอ่อนปวกเปียกให้ลุกขึ้นนั่ง อี้ชิงนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกปวดทีสะโพกแต่เขาก็บังคับสีหน้าเอาไว้ให้เป็นปกติ “จะไปไหน” คริสถามแต่อี้ชิงยังไม่อยากจะตอบ เขาอยากให้ทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความฝัน ไม่อยากจะคิดหาเหตุผลว่าทำไมตัวเองต้องโดนกระทำเช่นนี้ มันไม่มีเหตุผล! ไม่มีอะไรทั้งนั้น! มีแต่คนเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวที่ยกความผิดทั้งหมดให้กับอี้ชิงแล้วบังคับลงทัณฑ์เขาโดยที่ไม่ฟังคำแก้ตัว คริสคิดว่าตัวเองเป็นใคร ดีเลิศมาจากไหนถึงจะมาบังคับขืนใจคนอื่นได้ จริงสิ...คนดีๆ เขาไม่คิดกันแบบนี้หรอก มีแต่คนเลวเท่านั้นที่ยื้อแย่งของมีค่าของคนอื่นไป ทั้งคิมแจจุง ทั้งร่างกายของอี้ชิง คริสปล้นมันไปจนหมดสิ้น ร่างเล็กก้มลงเก็บเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจัดกระจายบนพื้น ก่อนจะเหมือนตัวลอยเมื่อวงแขนแข็งแรงรั้งเอวบางเข้ามาจนร่างเล็กล้มลงบนตักแกร่ง คริสวางคางกับไหล่เล็ก มองใบหน้าของคนที่ก้มมองพื้นไม่สนใจเขาก่อนจะถอนหายใจออกมา ตอนเถียงคำไม่ตกฟากว่าน่าตีแล้ว แต่ตอนที่ไม่ยอมพูดอะไร ถามแล้วไม่ตอบแถมยังไม่สนใจเขานี่มันน่าตียิ่งกว่า เขารู้ว่าตัวเองทำผิด แต่จะให้ทำไงได้ ย้อนเวลากลับไปหรือไง ตลกน่า.... “อี้ชิง....ฉันแค่โมโหมากไปหน่อย แต่ไม่ต้องกลัวเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ฉันจะรับผิดชอบ” “ไม่จำเป็น” เสียงแหบพร่าตอบกลับมา หัวคิ้วคมแทบชนกันที่ได้ยินดังนั้น นิ้วเรียวเชยคางของคนที่สะบัดหน้าหนีก่อนจะตัดสินใจประคองใบหน้าให้อีกคนหันมาสบตากัน “อย่าพูดแบบนั้น ก็ได้...ฉันผิดเอง” คริสเอ่ยออกมาเมื่อเห็นแววตาดื้อดึง “แต่ฉันเตือนนายแล้วนายก็ไม่ฟัง” อี้ชิงจะลุกหนีแต่คริสกลับรั้งร่างเล็กไว้อีกครั้ง “ฟังก่อนสิอี้ชิง” “แล้วคุณล่ะเคยฟังผมมั้ย ได้โปรดปล่อยผมซะเถอะคุณคริส มันไม่มีอะไรจะแย่ไปมากกว่านี้อีกแล้ว ผมอยากกลับบ้าน แล้วก็ไม่อยากจะเห็นหน้าคุณด้วย!” คนตัวเล็กตะเบ็งเสียงแต่คริสกลับไม่สะทกสะท้าน “ตอนนี้นายอาจจะยังสับสนอยู่ เอาไว้ให้นายใจเย็นกว่านี้แล้วฉันจะเข้ามาใหม่ ฉันต้องไปหาแจจุงก่อน แล้วห้ามนายหนีกลับบ้านเด็ดขาด” คริสออกคำสั่งราวกับอี้ชิงเป็นคนในอาณัติ ดวงตาคู่หวานถลึงมองคนตัวโตกับสิ่งที่ได้ยิน แต่คริสกลับทำเป็นไม่เห็นแล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ตรงหัวเตียงสั่งงานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้มาเฝ้าหน้าห้องนี้ไม่ให้อี้ชิงแอบหนีไปไหน “คุณบ้าไปแล้วหรือไง! แค่ปล่อยผมกลับไปเรื่องนี้มันก็จบ!” อี้ชิงแทบจะข่วนใบหน้าหล่อเหลาให้เสียโฉม เขาสั่งการราวกับอี้ชิงเป็นนักโทษที่อยู่ในแดนกักกัน คริสหยิบเสื้อและกางเกงมาสวมอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหลามองนาฬิการูปเรือด้วยสีหน้ากังวล “คิดเรื่องที่ฉันบอกนายแล้วรอ...จางอี้ชิง หวังว่าเมื่อฉันกลับมานายจะมีคำตอบที่ฉันพอใจ” ริมฝีปากหนากดจูบแก้มนวลเร็วๆ แล้วเดินลิ่วไปยังประตูก่อนที่หมอนใบนุ่มจะปลิวเข้าไปหา อี้ชิงกำมือแน่นมองสภาพตัวเอง เขาหมดใจที่จะร้องไห้ อี้ชิงไม่ใช่คนเข้มแข็งมากมายแต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนตัวเล็กแทบไม่อยากเชื่อตัวเองว่ามันเกิดขึ้นจริง เขามาสืบเรื่องคู่หมั้นนอกใจแล้วโดนข่มขืนนี่นะ....นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! คนตัวเล็กรวบเสื้อที่เหลือมาสวมอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินไปแนบดวงตากับช่องตาแมว เห็นเงาทะมึนของร่างสูงใหญ่แล้วก็รู้ในทันทีว่าเขาไม่สามารถกลับบ้านได้ในตอนนี้ อี้ชิงมองรอบๆ ห้องของตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างทดท้อ เขาจะทำอย่างไรดี โทรบอกพี่ลู่ดีไหมว่าเขาโดนกักตัวอยู่ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นพี่ลู่ก็ต้องซักไซ้จนรู้แน่เลยว่าอี้ชิงโดนอะไรบ้าง แล้วอีกฝ่ายคงไม่ยอมให้อี้ชิงทำอาชีพนี้ต่อไปแน่ หรือถ้าโทรบอกเพื่อนๆ คนอื่นล่ะ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คงไม่ต่างกัน คิดสิอี้ชิง... ทันใดนั้นใบหน้าหล่อเหลาของนักธุรกิจหนุ่มก็เข้ามาในความคิดทันที อี้ชิงควานหาโทรศัพท์ก่อนจะต่อกับสายชาร์ตแล้วเปิดเครื่อง ถ้าเป็นคุณชองยุนโฮต้องช่วยอี้ชิงได้แน่ คนตัวเล็กปิดเครื่องเอาไว้ตั้งแต่เช้าเลยไม่ได้ตรวจเช็คทุกอย่างก่อนหน้านี้ แบตเตอรี่สำรองเขาก็ลืมนำติดตัวมาด้วย ทันทีที่เปิดเครื่อง ข้อความเตือนของอีเมลล์รวมถึงโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอีเมลล์จากคุณชองยุนโฮด้วย เมื่อดูเวลาแล้วพบว่าเป็นช่วงก่อนที่เขาจะเจอคนตัวสูง อี้ชิงนึกสงสัยว่าชายหนุ่มส่งข้อความอะไรมา ทำไมไม่เห็นยุนโฮจะบอกอะไรเขาเลยสักนิดตอนที่เจอกัน อี้ชิงกดอ่านข้อความก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ บ้าน่า... อี้ชิงอ่านมันซ้ำอีกครั้งราวกับไม่เชื่อสายตา ชองยุนโฮบอกให้เขายกเลิกงานนี้นะหรอ ทำไมเขาไม่บอกอี้ชิงตั้งแต่ตอนที่ขอคุยล่ะ แถมรูปล่าสุดก็ได้ดูไปก่อนแล้วด้วย คนตัวเล็กพิมพ์ข้อความหานักธุรกิจหนุ่มเพื่อสอบถามสาเหตุ เขานั่งจ้องโทรศัพท์ด้วยความร้อนใจแต่ไม่มีทีท่าว่าอีกคนจะตอบกลับมารวดเร็วเหมือนดังเช่นทุกครั้ง จากนาทีเป็นชั่วโมง อี้ชิงลองส่งอีกครั้งแต่ผลที่ได้ก็ยังเหมือนเดิม มันเกิดอะไรขึ้น เขามีแต่คำถาม แต่คนที่ตอบได้กลับไม่ตอบอีเมลล์กลับมา คนตัวเล็กทิ้งตัวลงกับเตียงนอนยับยู่ยี่ เรื่องที่จะขอให้อีกคนช่วยนั้นแทบจะถูกลืมไปเสียสนิท อี้ชิงไม่มีเบอร์ส่วนตัวของชองยุนโฮ การติดต่องานของพวกเขาค่อนข้างจำกัดช่องทาง ทั้งด้วยปัจจัยเรื่องส่วนตัวและความสบายใจในการว่าจ้างระหว่างลูกค้ากับนักสืบเอง “สวัสดีครับ ผมขอเรียนสายกับคุณชองยุนโฮ” อี้ชิงกรอกเสียงลงไปหลังจากฟังเสียงสังเคราะห์จากระบบตอบรับอัตโนมัติของชองอินดัสทรีมาเกือบนาที “ตอนนี้ท่านไม่อยู่ที่บริษัท ไม่ทราบว่าใครกำลังเรียนสายคะ” ก็แหงล่ะ อี้ชิงพึ่งเจอชายหนุ่มเมื่อเช้านี่เองจะไปอยู่ที่บริษัทได้อย่างไรกัน “จางอี้ชิงครับ ผมมีเรื่องด่วนจะคุยกับคุณชอง” “ไม่ทราบว่าเป็น....” หญิงสาวที่คิดว่าเป็นเลขาสอบถามอี้ชิงอีกครั้งเมื่อไม่คุ้นชื่อว่าเป็นคู่ค้าจากบริษัทไหน ดูท่าทางแล้วกว่าเขาจะได้คุยกับชองยุนโฮ อี้ชิงคงจะอกแตกตายไปเสียก่อน “ผมต้องการติดต่อกับคุณชองยุนโฮเรื่องคิมแจจุง ด่วน!” ชื่อของคิมแจจุงทำให้หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง อีกฝ่ายบอกให้อี้ชิงถือสายรอแล้ว ใช้เวลาไม่ถึงนาทีคนตัวเล็กก็ได้เบอร์มือถือของชองยุนโฮมาอยู่ในมือ อี้ชิงต่อสายโดยไม่รอช้า “สวัสดีครับคุณจางอี้ชิง” อีกฝ่ายเหมือนรอสายจากเขาอยู่แล้ว อี้ชิงกระแอมไอเล็กน้อยเพื่อตั้งตัว “ผมพึ่งทราบเมื่อครู่นี้เองว่าคุณตัดสินใจจะเลิกจ้างผม ไม่ทราบว่าการทำงานของผมบกพร่องตรงไหน หรือมีอะไรที่ทำให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า” อี้ชิงอยากรู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อเช้ายุนโฮยังพอใจผลงานของเขาอยู่เลย คิดว่านักธุรกิจระดับนี้คงไม่คิดเบี้ยวเขากลางครันหรอกนะ “ไม่ใช่หรอก คุณทำงานดีมาก” ใบหน้าหวานคลายกังวลทันทีกับคำตอบนี้ “แต่ผมไม่ได้จ้างคุณ จางอี้ชิง” หัวสมองของอี้ชิงพร่าเบลอ ราวถูกสายฟ้าที่มองไม่เห็นฟาดเข้ากลางศีรษะ “ฮะๆ คุณกำลังล้อผมเล่นใช่ไหม” เสียงหัวเราะแหบแห้งขาดห้วง มือบางกำโทรศัพท์มือถือแน่นขณะกลั้นหายใจรอฟังคำตอบจากคนตัวสูง “ผมไม่ได้พูดเล่น ผมไม่เคยจ้างคุณ แต่ก็ขอบคุณสำหรับ....” “เดี๋ยวผมจะโทรกลับไปอีกครั้ง” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงรัวเร็วก่อนจะกดตัดสายอย่างเสียมารยาท เขาตรวจดูข้อความที่ติดต่อกับคนที่อ้างว่าเป็นชองยุนโฮอย่างบ้าคลั่ง มองดูจำนวนเงินที่โอนเข้ามาในบัญชีแล้วก็ได้แต่หยิกตัวเองแรงๆ ก่อนจะทุบเตียงนุ่มด้วยความอัดอั้นตันใจ นี่มันวันบ้าอะไรกัน! เขามาที่เดอมาริตเพื่อถ่ายรูปชู้รักของชองยุนโฮ แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับบอกว่าไม่ได้เป็นคนจ้าง แล้วที่ผ่านมานั่นมันคืออะไร เขากำลังติดต่องานกับใคร แล้วเรื่องทุเรศๆ ที่คริสทำกับอี้ชิงเพราะโกรธที่คนตัวเล็กไปตามถ่ายรูปล่ะ มือบางสั่นน้อยๆ ยามหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อโทรหาคนที่จะช่วยอี้ชิงให้หายจากความมึนงงนี้ได้ ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นอาจจะโดนซักไซ้จนทำให้ต้องลำบากใจ แต่ เลโอ ก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของอี้ชิง “ชิงชิง ได้ข่าวว่าไปเที่ยวทะเลมา ทำไมไม่ชวนกันบ้าง” เจ้าของเสียงทุ้มจากปลายสายเรียกชื่อเล่นของอี้ชิงอย่างคุ้นเคย ปลายเสียงนุ่มดูสดใสแต่ใจของอี้ชิงนั้นเต็มไปด้วยคำถามที่ต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน “เลโอ เรามีเรื่องอยากให้ช่วย” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจที่อีกฝ่ายไม่มีทางจะได้เห็น “ว่ามาสิ กับนายฉันยินดีเสมอ” “นายช่วยสืบให้หน่อยได้ไหมว่าใครเป็นคนโอนเงินเข้าบัญชีของเราเมื่อสองวันก่อน อย่าพึ่งถามอะไรตอนนี้นะ เดี๋ยวถ้าเรากลับโซลแล้วจะเล่าให้นายฟัง” อี้ชิงรีบเอ่ยก่อนที่เลโอจะได้ถามอะไร อีกฝ่ายเลยขอให้อี้ชิงบอกเลขที่บัญชีธนาคารก่อนจะวางสายไป อีกไม่นานเลโอที่เป็นโปรแกรมเมอร์แถมยังพ่วงตำแหน่งแฮกเกอร์ลับๆ คงจะช่วยให้อี้ชิงรู้สักทีว่าตลอดหลายวันมานี้เขากำลังทำบ้าอะไรอยู่ ใครกันที่มาอ้างชื่อชองยุนโฮแล้วว่าจ้างอี้ชิงให้ตามถ่ายรูป เขามัวแต่ตรวจสอบข้อมูลเป้าหมายแต่ไม่ได้ตรวจสอบคนที่ติดต่องานมาเลย ให้ตายสิจางอี้ชิง หากเขาลวงนายไปฆ่าหรือให้นายทำอะไรผิดกฎหมายขึ้นมาจะว่ายังไง ร่างกายบอบบางเหนื่อยล้าเกินไปที่จะคิดอะไรต่อ เขาได้แต่นั่งรอท่ามกลางความเงียบสงบในห้องพักของเดอมาริต ดวงตาคู่หวานมองแสงสีส้มที่บอกเวลาก่อนดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า แม้ธรรมชาติจะงดงามเพียงใดก็ไม่อาจทำให้ใจที่ว้าวุ่นของอี้ชิงรู้สึกผ่อนคลายได้เลยแม้แต่น้อย แรงสั่นน้อยๆ ข้างตัวทำให้อี้ชิงแทบจะตะครุบโทรศัพท์มือถือในทันที อี้ชิงตอบรับปลายสายอย่างร้อนรนก่อนที่เลโอจะตอบกลับมาให้อี้ชิงตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง “ชิงชิง เจ้าของบัญชีชื่อ คิมแจจุง นายรู้จักหรือเปล่า” ................................................................................................................................................... - คลื่นซัดทราย - Permalink - Comments:0 - TrackBack:0 - TOP ▲ -
2014/10/13*Mon* -15- “อย่าคิดว่าจะหย่าง่ายๆ คิมแทยอน” เซฮุนฉีกกระดาษแผ่นนั้นต่อหน้าเธอก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัว สองมือรั้งเอวเล็กเข้าปะทะร่างแข็งแกร่งจนคนที่ไม่ทันตั้งตัวแทบจะโผเข้าหา หญิงสาวทั้งยินดีและประหลาดใจที่ได้เจอเขา แต่มันก็กลับมลายหายไปโดยง่ายเมื่อรู้ว่าความเป็นจริงนั้นคืออะไร “ทำแบบนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ยังไงฉันก็ตัดสินใจแล้ว” แทยอนต่อตากับเขา แม้ใบหน้าหล่อเหลาจะเครียดขึงข่มขู่ปานใด แทยอนก็จะไม่ยอมใจอ่อนอีกแล้ว “มีสิทธิ์อะไรจะทิ้งฉันไปคิมแทยอน” เขาว่า กอดรัดร่างเล็กไว้แน่น “จะทำอะไรเคยถามฉันบ้างไหม ไม่รู้สึกอะไรเลยหรอที่ทำแบบนี้” แทยอนปวดปร่าไปทั้งใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงห้าวสั่นสะท้าน ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไร เขาจะรู้หรือเปล่าว่าเธอก็เสียใจไม่ต่างกัน “คุณมีลูก มีครอบครัวอยู่แล้ว ฉันไม่อยากทำให้อิลฮุนต้องลำบาก” น้ำเสียงของเธอเด็ดเดี่ยว แต่ยากจะฝืนกลั้นความรู้สึกของตัวเองได้ “เธอยอมอย่างนั้นหรือ ทั้งๆ ที่ฉันรักเธอคนเดียว” “อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ ยังไงคุณก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของอิลฮุน ส่วนฉัน...” “เธอพูดเหมือนเธอไม่เห็นค่าความรักของเรา” “ฉันเห็นและรู้สึกทุกอย่าง แต่ยังไงเราก็ต้องทำให้มันถูกต้อง ฉันไม่อยากให้ความรักของตัวเองไปทำร้ายใคร ไม่อยากเห็นแก่ตัวจนทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน” เขาถอนหายใจหนักหน่วงก่อนจะกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายราวกับเธอพูดเรื่องไร้สาระออกมา “เธอเป็นห่วงคนอื่นแต่เธอไม่เคยสนใจว่าฉันจะเป็นอย่างไร รู้ไหมมันทรมานแค่ไหนที่ไม่มีเธออยู่” เขากำลังทำให้เธออ่อนแอ แทยอนเตือนสติตัวเอง อย่าใจอ่อน อย่าให้สิ่งที่เธอมุ่งมั่นต้องพังทลายลงเพราะคำพูดของเขา “ฉันรักเธอ รักเธอคนเดียว แต่ฉันไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าไม่เคยผ่านผู้หญิงคนไหนมา แต่กับชองอินนาเราเป็นแค่เพื่อนกัน เราไม่เคยมีอะไรเกินเลยมากกว่าความเป็นเพื่อน แต่อินนากำลังทำมันพังเพราะคำโกหก อิลฮุลไม่ใช่ลูกของฉัน” แทยอนรู้สึกมึนงงกับคำพูดของชายหนุ่ม สิ่งที่เธอเข้าใจมาตลอดช่างแตกต่างกับคำพูดของเขา แววตาของเธอเคลือบแคลงสงสัย และนั่นทำให้ชายหนุ่มต้องกระชับร่างบางเข้าหา “ที่ฉันต้องดูแลสองแม่ลูกเพราะคิดว่าพี่ซองฮุนเป็นพ่อเด็ก” “พะ..พี่ซองฮุนหรือคะ” เขาพยักหน้ายืนยันอย่างที่บอก ชองอินนาไม่เคยเล่าเลยสักนิดว่ารู้จักกับพี่ซองฮุน แล้วตกลงว่าความจริงมันคืออะไรกันแน่ “ฉันโทษพี่มาตลอดว่าไม่รับผิดชอบ แล้วเป็นยังไงรู้ไหม....ฉันโดนเพื่อนตัวเองหลอกมาตั้งนาน” น้ำเสียงของเขาคล้ายเยาะตัวเองเมื่อนึกถึงความไว้เนื้อเชื่อใจที่มอบให้กับอินนา เขาไม่คิดว่าเธอจะผูกใจเจ็บกับพี่ซองฮุนจนไม่คิดว่าสิ่งที่เขาทดแทนให้นั้นจะเพียงพอ ยิ่งเซฮุนมารู้ความจริงว่าอิลฮุนไม่ใช่หลาน เขาก็แทบจะตัดขาดความเป็นเพื่อนกับผู้หญิงคนนั้น “แต่อินนาบอกกับฉันว่า...” “อินนาโกหก” เราต่างหลงเชื่อผู้หญิงคนนั้น เขาผิดเองที่ไม่ยอมพูดกับแทยอนโดยตรง ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นปั้นเรื่องหลอกภรรยาของเขาจนคิดที่จะหย่า นี่ถ้าพี่ชายของเขาไม่กลับมาเซฮุนจะได้รู้ความจริงหรือเปล่า “พี่ซองฮุนบอกความจริงว่าอิลฮุนไม่ใช่ลูก อินนาโกหกพวกเราทั้งหมด ทั้งฉันกับเธอ” ฉับพลันที่เธอนึกถึงแววตาน่าสงสารของผู้หญิงคนนั้น ไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างจะถูกกุขึ้นเพื่อให้เธอกับเซฮุนต้องเลิกรากัน เธอบอกว่าไม่ได้รักเซฮุนแต่เธอก็ยังคิดแย่งเขามาจากเธอ แทยอนน่าจะเชื่อสามีของตัวเอง พูดคุยกันให้เข้าใจแทนที่จะหนีมาแบบนี้ “แล้วอิลฮุนเป็นยังไงบ้างคะ” “ฉันไม่รู้ ก่อนหน้าจะมาเจอเธออินนาส่งข้อความมาขอโทษฉัน พอโทรกลับไปก็ปิดเครื่อง แต่ช่างมันเถอะ ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าให้ต้องคิด....” แววตาของเขามุ่งมั่นยามมองมาที่เธอ สื่อนัยให้เห็นว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าคือคนที่อยู่ในอ้อมกอดนี้ หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวยามสบตาคู่คม ก่อนจะถามกลบเกลื่อนความอายที่เผยให้เห็นผ่านผิวแก้มใส “คุณมาได้ยังไงคะ รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่” “เรื่องเล็กมาก ฉันก็แค่มาหาคุณพ่อคุณแม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านฟังพร้อมทั้งแสดงความจริงใจให้ท่านรู้ว่าฉันรักเธอจริงๆ ไม่ได้คิดมีใคร” ขอบตาบางร้อนผ่าวเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองทำให้ชายหนุ่มต้องลำบากใจมากมายแค่ไหน หญิงสาวแนบใบหน้ากับอกอุ่น โอบกอดคนตัวสูงไว้แน่น “ขอโทษที่ฉันหนีมาแบบนี้ ฉันน่าจะคุยกับคุณก่อน” แทยอนรู้สึกผิดเต็มหัวใจ เธอมัวแต่เชื่อคนอื่นแต่ไม่ยอมรับฟังสามีของตัวเอง เก็บเรื่องเล็กเรื่องน้อยมาปะติดปะต่อจนทำให้เกือบตัดสินใจผิดพลาด “ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม ถึงแม้เราจะพึ่งเข้าใจกันแต่ฉันอยากให้เธอเชื่อใจฉัน เชื่อว่าสามีของเธอคนนี้ไมได้มีใครอื่นนอกจากเธอ จำคำที่พ่อกับแม่บอกในคืนส่งตัวเราได้ไหม” เป็นคนๆ เดียวกันแล้ว หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน แทยอนพยักหน้ากับอกกว้าง ได้ยินเสียงหัวใจของเขาดังใกล้หู จังหวะเดิมที่คุ้นเคยย้ำให้หัวใจของหญิงสาวรู้ว่าคนๆ นี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สองร่างกอดกันท่ามกลางสายลมอ่อนที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามาในบ้านหลังงาม เสียงคลื่นคลอเคล้าเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะก่อนจะแทนที่ด้วยจูบหอมหวานแทนความโหยหา ชายหนุ่มตักตวงทุกความหวานอย่างหิวกระหาย ทดแทนความอ้างว้างที่ต้องห่างไกลจากคนตัวเล็ก เช่นเดียวกับแทนยอนที่อยากตอบแทนสัมผัสวาบหวามนั้นเช่นกัน ริมฝีปากอุ่นลามไล้ผิวแก้มเนียน ก่อนจะครอบครองริมฝีปากสีกุหลาบด้วยความหิวกระหาย แรงกอดกระชับคลายลงก่อนที่ร่างเล็กจะถูกอุ้มไปยังเตียงนอนของตน มือหนาวางร่างเล็กอย่างทะนุถนอม ก่อนจะคร่อมทาบทับไม่ให้สัมผัสทิ้งห่าง เสียงลมหายใจสะท้านยามริมฝีปากร้ายเข้าแทนที่ชุดเนื้อนุ่มที่ถูกกำจัดในทันที “ฉันคิดถึงเธอ” คิดถึงความหวาน แววตาอ่อนโยน ผิวเนื้อนวลที่ชอบอิงแอบ เขาเสพติดเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น ลุ่มหลงมัวเมาในตัวหญิงสาวจนไม่มีหัวใจไว้เผื่อใคร เขารักเธอขนาดนี้แล้วทำไมคิมแทยอนยังคิดว่าเขานอกใจอยู่อีกนะ “ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ” วาจาอ่อนหวานตามด้วยจุมพิตออดอ้อน อยากเอาใจที่ทำให้เขาต้องวุ่นวาย ทั้งคิดถึงอ้อมกอดอุ่นที่อิงแอบในทุกคืน ไม่มีพันธะใดที่จะเกี่ยวรั้งคิมแทยอนได้เท่าความรักที่เธอได้รับอีกแล้ว กี่ทะเบียนสมรสก็ไม่อาจทำให้หัวใจของหญิงสาวคิดถึงแต่เขาเพียงผู้เดียว มือเล็กลิดกระดุมสีเข้มออกทีละเม็ดทั้งที่ยังเขินอาย เจ้าของตาคมมองอาการนั้นด้วยดวงตาวาบวับก่อนจะพลิกตัวดึงร่างเล็กให้นั่งทับตรงช่วงเอวแข็งแรง “ฉันยังโกรธเธออยู่” มือน้อยชะงัก ดวงตาคู่หวานเบิกกว้างมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจเมื่อเขากลับมาทำหน้านิ่งอีกครั้ง ชายหนุ่มรวบมือเล็ก รั้งสะโพกกลมมนแนบชิดผิวเนื้อแข็งแรง ลูบไล้เนื้อนิ่มจนร่างเล็กสั่นสะท้าน ชอบนักล่ะที่ได้แกล้งให้ยัยตัวเล็กต้องเขิน “ทำให้ฉันพอใจมากกว่านี้” เขาว่าก่อนจะโน้มตัวเข้าหา กระซิบเสียงพร่าที่ใบหูเล็ก “ทำให้ฉันหลงเธออย่างทุกครั้ง” ปลายลิ้นอุ่นไล้เลียก่อนจะขบเม้มให้คนบนร่างต้องครางออกมาอย่างอดไม่อยู่ เขาบอกให้เธอทำให้เขาหลงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับรู้สึกเหมือนตัวเองจะหลงวนกับสัมผัสของเขาจนแทบจะกลืนไปกับเรือนร่างแข็งแรง ปลายนิ้วเรียวสะกิดตุ่มไตสีหวาน ปลุกเร้าให้ใจดวงน้อมหวามหวิว มือหนากอบกุมเต้างามก่อนจะเคล้นคลึงทั้งที่สายตาไม่ละจากสองแก้มนวล ยากลำบากนักกว่าจะกำจัดเสื้อผ้าของคนตัวสูงในขณะที่ชุดของตัวเองนั้นไม่มีเหลือ เขาแกล้งดันสะโพกให้เธอสะดุ้งยามส่วนอ่อนไหวทั้งสองเสียดสีกัน ความแข็งขืนดึงดันผ่านกางเกงตัวหนายิ่งทำให้คนตัวเล็กหน้าแดงก่ำมากกว่าเก่า เซฮุนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายพลิกร่างจนตัวเล็กให้อยู่ในอาณัติ ลิ้นหนาแตะเบาๆ ที่ปลายยอดก่อนจะดูดกลืนความหวานนุ่มที่ล่อตาใจ “อะ...อ๊ะ” เธอครางเมื่อเขาปลุกเร้าอีกเต้าด้วยมือหนา ชายหนุ่มยิ้มร้าย แยกปลายขาเรียวก่อนจะแทรกเรือนร่างเข้าหา ขยับสะโพกเสียดสีเหมือนครั้งหลอมรวมกัน “แทยอน” เขากระซิบชื่อเธอ ร้องขอด้วยนัยน์ตาร้อนแรงที่ทำให้คนมองต้องสั่นสะท้าน มือหนาไล้ผ่านหน้าทองแบนราบ ก่อนจะหยุดลงที่เนินเนื้อสาว ชายหนุ่มสอดแทรกปลายนิ้วไปยังช่องทางรักขณะเรียกชื่อเธอซ้ำๆ ตามจังหวะปลายนิ้ว “ซะ..เซฮุน” เสียงหวานขาดห้วงตามลมหายใจถี่หนัก ก่อนลมหายใจจะถูกช่วงชิงด้วยจูบร้อนแรงจนแทบดูดกลืนสติของหญิงสาวไปเสียสิ้น แม้เคยร่วมรักกันมาหลายครั้งแต่ไม่มีครั้งไหนที่หญิงสาวจะควบคุมตัวเองได้ โดยเฉพาะครั้งนี้ที่ความห่วงหาเข้ามาเป็นเชื้อเพลิงให้บทรักร้อนแรงยิ่งขึ้น เขากระซิบในขณะที่เธอก็ตอบรับทั้งจังหวะที่บีบรัดนิ้วเรียวกับเสียงครางหวานที่ทำให้รู้ว่าสุขสมแค่ไหน เพียงไม่นานแทยอนก็ถึงฝั่งฝันในขณะที่อีกฝ่ายเพียงยิ้มมุมปากเล็กน้อยยามมองดวงตาหวานปรือปรอยพร้อมจังหวะกระเพื่อมของทรวงอกงาม เขาถอนนิ้วออมาอย่างเนิบช้า ดูดกลืนน้ำหวานนั้นอย่างหิวกระหายขณะมองเจ้าของดวงตาคู่หวาน ตรึงสายตาให้จับจ้องเพียงแต่เขา มองเขา รักเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น เซฮุนโอบร่างเล็กไว้แนบอกขณะแทรกผ่านความต้องการของตัวเองเพื่อครอบครองคนในอ้อมกอด เขาร้อนแรงแต่ก็ยังอ่อนโยน เสียงกระซิบปลอบแหบพร่าตามอารมณ์หวามที่ก่อตัว ดวงตาคู่กลมมองสันกรามแข็งแรงของคนที่พยายามใจเย็นขณะครอบครองเธอ ทั้งรัก ทั้งซาบซึ้งกับความรักที่เขามีให้เธอมาตลอด จุ๊บ... คล้ายเส้นความอดทนของชายหนุ่มจะขาดสะบั้น รอยยิ้มเขินอายน่ารักนั่นทำให้เขาอยากกระแทกร่างเข้าหาคนในอ้อมกอดให้ได้สุขสมไปพร้อมกัน “เธอมันน่ารัก” เขาว่า มือหนาบีบคลึงสะโพกนิ่มก่อนจะครอบครองคนตัวเล็กเต็มตัวในคราวเดียว “น่าแกล้งที่สุด” “ฉันยอมให้คุณแกล้งคนเดียว” เสียงอู้อี้ตรงอกหนาทำให้เขาต้องยกยิ้มออกมาในทันที “สัญญา....ฉันจะแกล้งเธอคนเดียว....รักเธอคนเดียว” ไม่มีสิ่งไหนที่จะสำคัญเท่าความรักที่แสดงออกมาทุกการกระทำ สองร่างกอดเกี่ยวกันผ่านห้วงอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตะวันทอแสงล้อน้ำทะเลสีครามในวันที่ท้องฟ้าสดใส สองร่างกอดกันมองท้องฟ้าสีครามกับเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง ทดแทนช่วงเวลาที่เสียไปและเหมือนแทนคำสัญญาที่บอกว่าจะไม่ให้สิ่งไหนมาทำให้ต้องพลัดพรากจากกันอีก - THE END - - หมวดหมู่: ไม่มี - Permalink - Comments:0 - TrackBack:0 - TOP ▲ -
2014/08/09*Sat* ![]() -9- “คุณจะทำอะไร อื้อ!” เขาไม่ปล่อยให้เธอได้ถามต่อเมื่อริมฝีปากร้ายกาจบดจูบกลีบปากนุ่มไม่เบานัก แทยอนดิ้นขัดขืนคนตัวโตแต่กลับถูกเขาตรึงไว้ด้วยพละกำลังทั้งหมด ปลายลิ้นร้อนล่วงล้ำ จาบจ้วง ไร้อาการอ่อนโยนอย่างที่แทยอนเคยได้รับ เธอทั้งกลัวทั้งน้อยใจที่คนตัวโตมาบังคับเอาเปรียบโดยไม่ถามความสมัครใจเธอสักคำ จากที่พูดคุยกันดีๆ ก็มาขึ้นเสียงใส่ มาบอกว่าเธอจะแต่งงานกับพี่ซองฮุนทั้งๆ ที่แทยอนก็เป็นภรรยาของเขาอยู่แล้วจะให้เธอแต่งงานกับใครอีก “คนใจร้าย...” น้ำตาหยดใสเอ่อคลอหน่วยตาหวานเมื่อกลีบปากนุ่มถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แทยอนตัดพ้อคนตัวโตทั้งสายตาทั้งคำพูด จนคนมองเริ่มคิดได้แต่เขาก็ยังโกรธคนตัวเล็กเสียจนไม่อยากใจอ่อนให้ “ฉันใจดีกับเธอเกินไปมากกว่า....รู้เลยว่ารอไปก็เท่านั้น” ฟันคมขบเม้มซอกคอหอมทันทีจนแทยอนสะดุ้ง ปลายเท้าเรียวถีบดันเตียงหนุ่มเพื่อขยับถอยห่างแต่ท่อนขาแข็งแรงกลับล็อกตรึงเอาไว้ ชายหนุ่มสัมผัสผิวเนื้อนวลผ่านชุดนอนตัวสวย เคล้นคลึงเนินเนื้อนุ่มอย่างถือสิทธิ์ ในเมื่อเขาเป็นสามีและคนตรงหน้าคือภรรยาที่เขามีสิทธิ์ในตัวเธอทุกอย่าง ทำไมต้องปราณีอีกเล่า เขาคิด...สัมผัสตัวเธออย่างที่ใจปรารถนา ปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ซ่อนเรือนร่างงดงามของคนที่นอนร่วมเตียงกับเขามาหลายคืน กี่ครั้งที่ต้องปล่อยผ่านความต้องการเพียงเพราะอยากให้อีกคนเต็มใจ ตอบรับทุกการกระทำของเขาโดยไม่มีอคติขวางกั้น เซฮุนรู้ว่าเขาอาจจะพูดไม่ดีกับเธอบ้าง ในเมื่อความทรงจำในอดีตทำให้คนอย่างเขาไม่รู้วิธีว่าจะเข้าหาหญิงสาว สุดท้ายก็ใช้นิสัยคุ้นเคยที่มีต่อเธอแสดงอาการแบบนั้นออกไปซึ่งมันก็ได้ผลในเมื่อช่องว่างระหว่างทั้งสองค่อยๆ หดสั้นลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อเจ้าของตัวจริงเขากลับมา เขาได้ยินทุกอย่างที่ซองฮุนพูด....จะมานึกเสียดายหรืออยากได้คิมแทยอนคืนในตอนนี้น่ะหรือ ไม่มีทาง! แทยอนสะดุ้งเฮือกเมื่อมือหนาเคล้นคลึงทรวงอกอวบ แววตาของเซฮุนเต็มไปด้วยความปรารถนาที่มีอยู่เต็มเปี่ยม นัยน์ตาสีนิลล้ำลึกจนยากที่จะคาดเดาความต้องการของอีกฝ่ายได้ ในใจของแทยอนเต็มไปด้วยความสับสนมึนงงเกินกว่าที่จะทำอะไรมากไปกว่าการขัดขืน แต่แล้วทุกอย่างก็เสียเปล่า เธออ่อนด้อยทั้งประสบการณ์และพละกำลัง เพียงโดนลิ้นร้อนครอบครองอัญมณีสีสวยหญิงสาวก็สิ้นไร้ซึ่งแรงต่อต้าน มือบางทั้งเกร็งทั้งสั่นน้อยๆ ยามเมื่อพยายามหาทางดิ้นรนหลีกหนีจากสัมผัสร้ายกาจแต่กลับถูกตรึงเอาไว้แน่น อารมณ์เสียวซ่านก่อตัวขึ้นอย่างช่วยไม่ได้เมื่อปลายลิ้นร้อนรัวสัมผัสล้อเล่นจนยอดอกแข็งตึง “ปละ...ปล่อยนะ” เธออ้อนวอนร้องขอให้คนที่กำลงซุกหน้ากับทรวงอกขาวนวลได้เลิกกระทำอะไรบ้าๆ แบบนี้สักที โอเซฮุนในตอนนี้ไร้ซึ่งเหตุผล มีแต่อารมณ์อยากเอาชนะซึ่งทำให้ใจของคนถูกกระทำรู้สึกเจ็บปวด เขาไม่ฟังเธอเลยสักนิด เอาแต่อารมณ์ของตัวเองเป็นใหญ่ รังแกเธอที่เรี่ยวแรงน้อยกว่าได้ลงคอ ถึงจะอ้างสิทธิ์ความเป็นสามีแล้วยังไงล่ะ เธอไม่มีโอกาสจะได้ปฏิเสธเลยหรือ น้ำตาหยดใสเอ่อคลอดวงตาคู่งาม แทยอนกลั้นสะอื้นเมื่อความน้อยใจถามโถมเข้ามาในห้วงคิด อกบางกระเพื่อมถี่เมื่อพยายามระงับอารมณ์และนั่นทำให้คนที่หลงมัวเมากับความสวยงามตรงหน้าต้องชะงัก “ร้องไห้ทำไม...รังเกียจฉันนักหรือ” เขาถามเสียงเครียด โน้มหน้าชิดใบหน้าของหญิงสาวที่เบือนหน้าหนีทันที “แบบนี้แสดงว่าใช่ แต่น้ำตาของเธอห้ามฉันตอนนี้ไม่ได้แล้วแทยอน” เขาเอ่ยเสียงหนักแน่น นิ้วเรียวเชยปลายคางมนให้คนตัวเล็กหันมาสบตากัน “คุณคิดว่าที่ทำอยู่มันดีแล้วหรือ” เธอบอก หวังเพียงยับยั้งชายหนุ่มให้เลิกการกระทำนี้เสียที แม้จะเคยผ่านจุดอันตรายจนเกือบเพลี่ยงพล้ำแต่แทยอนก็ยอมรับว่าก่อนหน้านั้นหัวใจของเธอยินยอมเซฮุนมากกว่านี้ “ฉันไม่เคยดีในสายตาเธออยู่แล้ว” เขาเอ่ยเสียงขื่น แววตาเจ็บปวดเสียจนแทยอนรู้สึกร้าวรานไปด้วย มือเล็กที่เป็นอิสระแตะท่อนแขนแข็งแรง เอ่ยเสียงอ่อนแม้จะเกรงกลัวเขาไม่น้อย “ทำไมคิดแบบนั้นคะ ฉันไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร” เขาไม่ตอบ เอาแต่นิ่งมองเธอราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่าง สุดท้ายก็ทิ้งตัวลงซุกซอกคอหอมกรุ่นกอดเก็บร่างเล็กเอาไว้กับอก “เธอไม่เคยเข้าใจอะไรเลยคิมแทยอน ไม่รู้ว่าที่ฉันทำไปทุกอย่างนั้นเพราะอะไร” จริงอย่างที่เขาพูด แต่จะโทษเธออย่างเดียวก็ไม่ได้ในเมื่อคนตัวสูงไม่ยอมที่จะอธิบายอะไรสักอย่าง จากตอนแรกที่ยังพูดดีก็กลับพูดเหมือนจะไล่ให้เธอไปแต่งงานกับพี่ซองฮุน “ฉันรักเธอ...” คำพูดบางเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่หนักแน่นและสั่นคลอนหัวใจคนฟังยิ่งนัก แทยอนได้ยินทุกคำ ชัดเจน “รักเธอมาตลอด แทยอน...” เสียงทุ้มทอดหวานยามเอ่ยเรียกชื่อเธอ แทยอนนิ่งอึ้งอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไรกับคำสารภาพนั้น ความรู้สึกยินดีมีมากล้นแต่ก็ยากจะเชื่อว่าคนอย่างโอเซฮุนจะรู้สึกแบบนั้นกับเธอ “จริงหรือคะ...” เธอถาม ไม่ได้ดูแคลนความรู้สึกของเขา แต่โอเซฮุนที่ไม่เคยแสดงให้รู้ว่าชอบเธอเลยกลับพูดคำว่ารักออกมา “เธอไม่เชื่อฉันจริงๆ ด้วย...” ลมร้อนเป่ารดซอกคอขาวขณะที่เขาถอนหายใจหนักๆ ชิดใบหูบาง แทยอนดันไหล่คนตัวโต อยากรู้ อยากเห็นแววตา ความรู้สึกที่ส่งผ่านมาทางหน่วยตาคม “ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อแต่ อื้อ!” เขาครอบครองริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง แต่คราวนี้อ่อนโยนกว่าเมื่อครู่มาก อารมณ์เว้าวอนส่งผ่านริมฝีปากอุ่นที่ป้อนความหวานให้ไม่ขาด เขาไล่ต้อนให้คนอ่อนหัดอย่างเธอต้องตอบรับ ลิ้นเล็กแตะสัมผัสเสียวซ่านยอมให้เขาสำรวจโพรงปากนุ่มตามอำเภอใจ มือบางที่ดันไหล่หนาค่อยๆ โอบกอดคนตัวสูงยามเมื่อรับสัมผัสปลุกเร้าที่มีมากขึ้น อาการโอนอ่อนนั้นทำให้ชายหนุ่มยิ่งป้อนความหวานให้คนตัวเล็กมากเท่าที่จะมากได้ “แทยอน...” เสียงของเขาแหบพร่า ความต้องการถูกถ่ายทอดออกมาเป็นสัมผัสไล้วนไปตามผิวเนื้อขาวใส ทุกส่วนในร่างกายเหมือนตอบรับในสัมผัสวาบหวามนั้น ไม่ว่าเขาจะแตะต้องไปทางไหน แทยอนก็เหมือนจะแหลกสลายได้ทุกเมื่อ ร่างเล็กบิดเร่าไปกับเตียงนุ่มยามเมื่อคนตัวสูงเบียดผิวเนื้อแข็งแรงเข้าหา นิ้วเล็กกรีดท่อนไหล่แข็งแรงหวังระบายความเสียวซ่านที่เกิดขึ้น ทรมานแต่ต้องการไม่สร่างซา ไม่อาจนิยามได้ว่าตอนนี้เธอกำลังต้องการอะไรกันแน่ สรรพสิ่งในโลกนี้กลับไร้ค่าเมื่อเจ้าของร่างสูงใหญ่โอบกอดเธอ เล้าโลมเธอจนไม่อาจคิดถึงสิ่งใดได้อีก เธอเห็นเพียงแต่เขา คิดถึงเพียงแต่เขา ไม่ว่าจะทรมานเจียนตายอย่างไรก็ขอเพียงแค่ได้รับสัมผัสจากชายหนุ่มเท่านั้น ร่างเล็กผวาเฮือกเมื่อริมฝีปากเชี่ยวชาญไล่ต่ำจากทรวงอกอิ่มผ่านหน้าท้องแบนราบ แทยอนระบายความรู้สึกอัดอั้นที่ก่อตัวภายใน บิดกำผ้าปูที่นอนสีหวานยามเมื่อปลายลิ้นร้อนสำรวจจุดที่ตนแสนหวงแหน “อะ...เซฮุน” เธอเรียกชื่อเขา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเขินอายเมื่อเห็นแววตาวาววับที่จ้องมองมา ชายหนุ่มไม่ปิดบังความปรารถนาที่มีอยู่มากมาย มือหนาไล้เรียวขาสีน้ำนมก่อนจะเค้นคลึงสะโพกได้รูป ช่วงไหล่หนาดันให้เรียวขาทั้งสองเปิดกว้าง เปิดทางให้คนตัวโตได้ลิ้มชิมความบริสุทธิ์ได้อย่างถนัดถนี่ ริมฝีปากอิ่มเม้มกลั้นเสียงครางที่แสนน่าอาย เหมือนเขารู้ว่าเธอกำลังพยายามจัดการกับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านราวกับท้องทะเลในวันที่มีมรสุม คนช่างแกล้งอย่างเขาก็ยิ่งตวัดปลายลิ้นสำรวจความเป็นหญิงมากยิ่งขึ้น แทยอนกระตุกสั่นเมื่อปลายลิ้นหนาขยับเข้าสำรวจช่องทางบริสุทธิ์ “เซฮุน..” เสียงครางแผ่วหวาน คล้ายจะห้ามแต่เขากลับขยับลิ้นถี่รัวมากขึ้น ปลายขาเรียวถูกโอบตรึงไว้กับช่วงไหล่หนาจนยากจะระบายความอัดอั้นออกมา ยิ่งเธอเรียกชื่อเขามากเท่าไรเขาก็จะยิ่งทำให้เธอทรมานมากขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มมองความทุกข์ทรมานนั้นอย่างหลงใหล แทยอนไม่รู้ว่าการมองด้วยสายตาแบบนั้น ร้องเรียกด้วยน้ำเสียงแบบนั้นคือการเติมเชื้อเพลิงให้ไฟสวาทที่กำลังลุกโหมดีๆ นี่เอง ปลายลิ้นร้อนยิ่งทำหน้าที่ของมันจนร่างเล็กกระตุกสั่นปล่อยสายธารแห่งกามารมณ์ออกมาในที่สุด เซฮุนเก็บเกี่ยวน้ำหวานทุกหยดหยาดอย่างหิวกระหาย ก่อนจะดันตัวขึ้นมองหญิงสาวหอบหายใจเหนื่อยหนัก เหงื่อเม็ดเล็กเกาะพราวทั่วขมับบาง คนตัวโตปล่อยให้เธอนอนตาปรอยมองเขาถอดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแลคได้ไม่นานก็ช่วงชิงลมหายใจของเธออีกครั้ง ชายหนุ่มจับมือเล็กสัมผัสกล้ามเนื้อแข็งแรงตรงช่วงอก ไล่ผ่านลอนหน้าท้องขณะบดจูบแฝงความปรารถนาอย่างไม่ลดละ แทยอนเกร็งมือเมื่อสัมผัสความต้องการของชายหนุ่มที่กำลังขยับขยาย เสียงลมหายใจถี่หนักบอกอารมณ์ที่เกินจะต้านทาน “แทยอน...” เสียงแหบพร่ากระซิบเรียกชื่อเธอ...ทั้งเซ็กซี่และเร่าร้อนจนยากจะต้านทาน “ฉันรักเธอ...” สองมือสอดประสานเมื่อเขาเข้าครอบครองเธอในตอนนั้น น้ำตาหยดโตกลั่นออกมาเมื่อไม่สามารถระงับความเจ็บปวดที่ชำแรกเข้ามาในกายเล็กได้ แทยอนกลั้นสะอื้น ยากเหลือเกินจะบอกได้ว่ารู้สึกเช่นไร ความเจ็บปวด ความทรมานที่ไม่อาจจะจินตนาการได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสุขสมเพียงใด หากเมื่อความเจ็บปวดนั้นอยู่ภายใต้อ้อมกอดอันแสนอบอุ่น ร่างเล็กเกาะเกี่ยวคนตัวโตแน่น จะขึ้นสวรรค์หรือลงนรก สุดแท้แต่เขาจะนำพาเธอไปทิศทางไหน หากเพียงแค่อยู่ภายใต้อ้อมกอดนี้แทยอนก็ไม่คิดเปลี่ยนใจเป็นอย่างอื่นแล้ว ปลายลิ้นเล็กตอบรับยามที่เขาจูบปลอบประโลม เสียงหายใจสอดประสานกันและกันเป็นหนึ่งเดียวเหมือนเรือนร่างที่เชื่อมต่อกัน ก่อนที่จังหวะรักจะเร่งเร้าตามความต้องการที่เพิ่มขีดสูงขึ้น หนักแน่นอ่อนโยนและเปี่ยมสุขจนถึงจุดหมายในคราวเดียวกัน แสงสีส้มทอดผ่านม่านโปร่งยามรุ่งอรุณอันแสนเงียบสงบ ดวงตาคู่หวานมองผ้าลูกไม้สีขาวสะอาดตาไหวตามแรงลม รำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บรรยากาศในห้องนอนแสนหวานแตกต่างกว่าทุกๆ วัน ทั้งที่ตอนนี้เขาก็โอบกอดเธออย่างเช่นทุกเช้า แต่ความอบอุ่นในวันนี้มีมากกว่า อ่อนหวานไปทั้งกายใจ หญิงสาวมองท่อนแขนแข็งแรงที่โอบรอดเอวคอดด้วยท่าทางหวงแหน ก่อนจะสะดุ้งน้อยๆ เมื่อเจ้าของกระชับกอดแนบแน่น เนื้อตัวเปล่าเปลือยเสียดสีกันภายใต้ผ้าห่มผืนอุ่นตอกย้ำความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเพียงชั่วข้ามคืน “ตื่นแล้วหรือ” เขาถามเสียงอู้อี้ จูบแนวไหล่ขาวเนียนจนถึงท่อนแขนเล็กก่อนจะหยุดลงเมื่อเห็นแทยอนเอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมตอบ “โกรธหรือเปล่า” คนตัวสูงถามด้วยความเกรงกลัว เขารู้ว่าตัวเองเอาแต่ใจ ไม่คิดฟังคำทัดทานของหญิงสาว ใช้ชั้นเชิงที่มากกว่าล่อลวงให้แทยอนปฏิเสธเขาไม่ได้ เขาสมใจที่ได้ครอบครองเธอ ได้ใช้ข้ออ้างนี้กักกันเธอเอาไว้อีกอย่างนอกจากทะเบียนสมรส แม้เธอจะเสียใจกับการกระทำของเขาแต่เซฮุนก็ไม่นึกเปลี่ยนใจ เขาสารภาพความรู้สึกและดูเหมือนจะทำให้เธอถึงกับนิ่งไป ไม่รู้ว่าแทยอนจะเชื่อในสิ่งที่เขาเอ่ยออกไปหรือเปล่า แต่เขาก็ปรารถนาเธอเหลือเกินจนไม่อาจหักห้ามจิตใจไว้ได้ อาการส่ายหน้าไปมาช้าๆ ทำให้เขาใจชื้นขึ้น ชายหนุ่มดึงร่างเล็กให้หันเข้าหาอกกว้าง เจ้าของนัยน์ตาคู่หวานช้อนมองก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงที่ไม่มั่นใจนัก “ที่คุณบอกว่ารักฉัน....จริงหรือเปล่าคะ?” ให้ตายเถอะ...เขาคงดูแย่ในสายตาเธอจนไม่คิดเชื่อคำพูดของเขาเลยหรือ มือใหญ่แตะไล้กลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่มที่ระหน้าผากนวล จ้องมองเข้าไปยังนัยน์ตาสีอัลมอนต์แสนดึงดูดคู่นั้นพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทำไมถึงคิดว่าไม่จริงล่ะ” “ก็คุณทำเหมือนไม่เคยชอบฉันเลยนี่” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบา ดูกริ่งเกรงว่าชายหนุ่มจะคิดกลั่นแกล้งเธออีกเหมือนเคย เพราะเป็นแบบนี้ไงล่ะ เขาเลยต้องมาลูกไม้ทำตัวร้ายใส่ทั้งที่ไม่คิดอยากจะทำ ไม่สิ...เขาอาจนึกอยากแกล้งยัยตัวเล็กนี่เสียทุกครั้ง แต่สาบานเถอะว่าเขาไม่ได้รังเกียจเธอเลยสักนิด เซฮุนก็ไม่มั่นใจว่าความรู้สึกเหล่านี้มันเปลี่ยนแปลงเป็นความแน่นแฟ้นทางใจตั้งแต่เมื่อไร “เพราะเด็กชายเซฮุนคนนั้นหรือเปล่าที่แกล้งเธอเลยทำให้เธอไม่เชื่อ” เธอพยักหน้าตอบรับในทันทีก่อนจะแปลกใจเมื่อชายหนุ่มจูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ ด้วนท่าทางผ่อนคลาย “แล้วรู้หรือเปล่าว่าเด็กขี้แกล้งคนนั้นชอบเด็กหญิงคิมแทยอน” คราวนี้คนตัวเล็กทำตาโตด้วยความประหลาดใจจนเขาต้องหัวเราะออกมา จำได้ว่าโอเซฮุนแกล้งเธอไว้ขนาดไหน ตอนนั้นแค่เจอหน้าก็ไม่อยากจะมอง เธอพูดดีด้วยก็มาว่า เอาแต่ทำให้เธอเสียใจร้องไห้อยู่เรื่อยแล้วทำไมคนตัวโตถึงบอกว่าชอบเธอล่ะ “จำดาวที่ฉันเคยให้เธอได้ไหม” “จี้รูปดาวนั่นหรือคะ” แทยอนเหลือบมองไปยังโต๊ะที่เก็บเครื่องประดับ เธอสวมมันไว้กับตัวทุกครั้งเพราะเป็นคำสั่งของเขา จะเก็บไว้ก็แต่เฉพาะตอนอาบน้ำหรือเข้านอนเท่านั้น เขาพยักหน้า “รู้หรือเปล่าว่าฉันให้สร้อยเส้นนั้นเพราะอะไร” นอกจากของขวัญในวันแต่งงานแล้วมีความพิเศษอะไรที่เธอไม่รู้อีกหรือ แทยอนพยามคิดหาคำตอบแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถนึกได้ จึงเป็นฝ่ายชายหนุ่มที่เฉลยออกมาเสียเอง “จำนางฟ้าของเธอได้หรือเปล่า” แทยอนนึกตาม....นางฟ้าหรือ นางฟ้าที่หญิงสาวนึกได้คือตุ๊กตาเย็บมือที่มารดาให้เป็นของขวัญวันเกิด ของรักที่แทยอนเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีจนกระทั่งถึงตอนนี้ ถึงแม้จะเก่าและไม่ได้เล่นเหมือนเมื่อก่อนแต่คนตัวเล็กก็ยังเก็บมันเอาไว้ในกล่องเป็นอย่างดี “เธออุ้มตุ๊กตานางฟ้ามาเล่นที่บ้านฉันบ่อยๆ เมื่อก่อนเรายังเล่นสนุกด้วยกัน” จริงสินะ ก่อนหน้านี้เธอสนิทกับเซฮุน อาจจะมากกว่าพี่ซองฮุนเสียด้วยซ้ำ จนกระทั่งวันหนึ่งเซฮุนทำคทานางฟ้าของเธอพัง แทยอนตกใจที่ดาวสีเงินหักเป็นสองส่วน “จำได้ว่าเธอโกรธมากตอนที่คทาพัง เธอเอาแต่ไปฟ้องพี่ซองฮุนจนฉันโมโห” เซฮุนไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิดแต่แทยอนก็ไม่ยอมฟัง เขาพยายามซ่อมดาวหักๆ เท่าที่เด็กเล็กๆ คนหนึ่งจะทำได้ กะว่าจะง้อแทยอนเสียหน่อยแต่พี่ชายของเขากลับหาคทาอันใหม่ให้เด็กหญิงเสียก่อน พี่ซองฮุนใจดีที่สุด โตขึ้นน้องแทจะเป็นเจ้าสาวพี่ซองฮุน... เซฮุนรู้ว่าตอนนั้นเขาหวงเพื่อนเล่น อยากให้น้องแทเห็นเขาเป็นที่หนึ่ง แต่พอคนตัวเล็กมองพี่ชายอย่างชื่นชมเลยเกิดข้อเปรียบเทียบขึ้น และเพราะโกรธที่เด็กหญิงทำแบบนั้นเขาเลยแกล้งเธอมาตลอด “ฉันแค่เสียใจนี่นา แต่มันก็แค่ตอนนั้น แป๊บเดียวก็ลืมแล้วก็อยากจะเล่นกับคุณต่อ แต่คุณก็เอาแต่แกล้งฉัน” หญิงสาวว่าเสียงเง้างอด น่ารักเสียจนชายหนุ่มต้องจุ๊บกลีบปากสีแดงก่ำอย่างอดใจไม่อยู่ “จริงหรือ ทำไมไม่บอกฉันล่ะว่าเลิกงอนแล้ว” “ก็คุณไม่ฟังเอง ฉันบอกคุณตั้งหลายครั้งแต่ก็โดนคุณแกล้งเสียก่อน” “หรือ...” เขาว่า มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มขณะโอบร่างเล็กให้นอนทับอก “ถ้าฉันไม่แกล้ง น้องแทจะยอมเป็นเจ้าสาวของเซฮุนไหม ถ้าเราไม่โกรธกันน้องแทจะเล่นกับเซฮุนคนเดียวหรือเปล่า” นัยน์ตาคมเป็นประกายยามเอ่ยคำนั้น แทยอนกลั้นยิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องราววัยเด็กก่อนจะแนบแก้มกับช่วงอกหนา “ยังไงตอนนี้ฉันก็แต่งงานกับคุณแล้วนี่” “แล้วเธอก็เป็นเมียฉันอย่างสมบูรณ์เช่นกัน” ชายหนุ่มกระเซ้าร่างเล็ก กดหอมแก้มนุ่มหลายฟอดจนคนที่เอาแต่เขินอายต้องค้อนให้ คนตัวโตบังคับจูบเธอหลายครั้งก่อนจะรั้งร่างเล็กเข้าหาอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดื่มด่ำความรู้สึกอุ่นหวานก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายเอ่ยถามคนตัวเล็ก “เธอรักฉันบ้างหรือเปล่าแทยอน...รักบ้างหรือยัง” ดวงตาคู่กลมมองไปยังปลายคางเขียวที่เริ่มมีตอหนวดขึ้น แทยอนไม่เห็นแววตาของเซฮุนเลยไม่รู้ว่าเขาคาดหวังกับคำตอบนั้นขนาดไหน แต่หญิงสาวรู้ดีว่าคำตอบของตัวเองคืออะไร เสียงที่กรีดร้องอยู่ในความรู้สึกนั้นได้จางลง หัวใจของเธอเปิดรับยามเมื่อได้รู้ความในใจของเซฮุนและยอมรับในความรู้สึกของตัวเองเช่นกัน นี่ใช่ไหมชีวิตแต่งงานที่เธอคาดหวัง ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักและเขาก็รักเธอ แม้ตอนแรกอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิด แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแล้วเธอกลับมอบหัวใจให้คนข้างกายไปจนหมดสิ้น แทยอนกระซิบคำตอบให้คนที่จดจ่อในคำหวานได้รับรู้ เซฮุนนิ่งไปก่อนจะเปลี่ยนเป็นกอดรัดร่างเล็กบางเสียแน่น มือหนาประคองท้ายทอยเล็กรับจูบอ่อนหวานเพื่อยืนยันกับสิ่งที่ได้ยิน “แทยอน....” เธอนึกชอบเสียงนุ่มทอดหวานนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ผู้ชายเย็นชาที่ชอบเอาแต่ใจคนนั้นกลับเรียกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเสียเหลือเกิน หรือจะเป็นนัยน์ตาดำขลับเปี่ยมความหมายคู่นี้ที่ตอกย้ำให้คำพูดยิ่งละมุนมากขึ้น....แค่เมื่อไรก็ตามที่เขาเอ่ยออกมา ใจของเธอก็ยอมเขาไปแล้วหมดทุกอย่างแล้ว “ยังเจ็บอยู่มั้ย” เขาถามด้วยความห่วงใย แต่กลับทำให้เธอเขินเสียเหลือเกิน แทยอนซ่อนใบหน้าแดงก่ำกับซอกคอหนา ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มดังใกล้ๆ ก่อนจะเป็นริมฝีปากอุ่นที่เล็มไล้สองข้างแก้ม “ฉันรักเธอ” ร่างกายของเขายืนยันคำพูดนั้น ไม่ใช่แค่รักแต่ต้องการทั้งตัวและหัวใจ ปรารถนาทุกอย่างที่ประกอบเป็น....คิมแทยอน “ให้ฉันรักเธอนะ” แรงกอดรัดรอบลำคอหนาถือเป็นคำอนุญาต ชายหนุ่มไล้ปลายจมูกกับผิวเนื้อหวาน แตะปลายลิ้นกับรอยแดงช้ำที่ซอกคอหอมตรงที่เขาลงแรงไปด้วยความหึงหวงมากมาย ได้ยินเสียงหวานครางแผ่วกับสัมผัสแล้วอยากจะทำรอยอีกหลายๆ ที่ อยากจะเก็บกลืนกินคนร่างเล็กไม่ให้ไปไหน แสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของให้ผู้ชายทั้งโลกได้รับรู้ว่าคิมแทยอนคือของเขา เซฮุนไล่จูบร่างเล็กอย่างหิวกระหาย เหมือนความสุขสมครั้งก่อนจะยังไม่อิ่มหนำ ชายหนุ่มตั้งศอกกับเตียงนุ่ม มืออีกข้างลูบไล้แผ่วหลังเล็กของคนที่อ่อนระทวยบนร่างกำยำ . ผ้าห่มผืนหนาร่นลงเมื่อเซฮุนโอบสะโพกเล็กแนบชิด เกลือกใบหน้าหล่อเหลากับสองเต้างาม ปลายลิ้นร้อนเก็บกลืนความหวาน ดูดเม้มเสียจนร่างเล็กต้องกลั้นหายใจก่อนจะหอบถี่รัวเร็ว เรียวแรงที่มีแทบจะหมดไปกับการเก็บกลั้นอาการเสียวซ่าน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานๆ ให้คนกระทำยิ่งได้ใจ “เธอมันน่าแกล้ง” เสียงกระซิบแหบต่ำดังขึ้นพร้อมริมฝีปากดุดัน เขาแกล้งเธอให้ต้องหวีดร้องกับความรัญจวนใจยามเมื่อประกาศย้ำความเป็นเจ้าของ ตอกอัดตัวตนเข้ามาในร่างที่พรั่งพร้อมด้วยความเต็มใจ วงแขนเล็กกอดรัดร่างหนาด้วยแรงที่มี เอาใจเขาด้วยจุมพิตไม่ประสาก่อนจะถูกตอบแทนด้วยความช่ำชองจากกายใหญ่ จังหวะรักเร่งเร้าเมื่อใกล้ถึงฝั่งฝันก่อนจะพร่างพรายเป็นความสุขอันล้นปรี่ “เรื่องนี้เรื่องเดียวที่ฉันยอมให้เธอฟ้องคนอื่นได้...ฟ้องคนทั้งโลกเลยก็ได้ว่าฉันแกล้งเธอยังไง” คนตัวโตเอ่ยขึ้นเมื่อบังคับลมหายใจให้เป็นปรกติแล้ว นิ้วเรียวไล้แก้มใสที่ป่องน้อยๆ อย่างน่ารักก่อนจะหักห้ามใจฟัดหอมอีกครั้งไม่ได้ แทยอนร้องฮือแต่ก็ยอมให้เขาเก็บเกี่ยวได้ไม่หยุด แก้มนุ่มคงช้ำแล้วช้ำอีกกว่าคนตัวสูงจะยอมละริมฝีปากและจมูก “ฉันไม่บอกให้โง่หรอก” กลีบปากแดงก่ำขยับได้ไม่นานก็ถูกครอบครองอีกครั้ง หากถามคนทำว่าเมื่อไรจะพอก็คงตอบไม่ได้ ความต้องการของมนุษย์นั้นร้ายกาจนัก ยิ่งมนุษย์อย่างเขาที่ทำได้เพียงเก็บกักคนที่รักเอาไว้ ความปรารถนาที่มาพร้อมกับความอยากครอบครองเพิ่มขึ้นจนแทบทนไม่ไหว ถ้าจะบอกว่ารักก็คงจะน้อยไป ตอนนี้เขาหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วจริงๆ..... .................................................................................................................................................. - หมวดหมู่: ไม่มี - Permalink - Comments:0 - TrackBack:0 - TOP ▲ -
2014/05/03*Sat* - Black widow - Permalink - Comments:0 - TrackBack:0 - TOP ▲ -
2014/04/16*Wed* ![]() -9- แสงสีส้มยามเย็นทอดเงาสองร่างที่จับจูงมือเดินเอื่อยเฉื่อยกลับเข้าสู่ที่พัก นิ้วเรียวสอดประสานกันจนรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่าน ไคกระชับมือเล็กแนบแน่น ดวงตาคมทอดมองเจ้าของแก้มใสที่อยู่ข้างตัว แม้เจ้าของมือเล็กจะยุกยิกไม่เต็มใจให้จับอยู่บ้าง แต่เมื่อตื้อบ่อยๆ เข้าก็กลายเป็นจับไม่ปล่อย แต่ความหวานมักอยู่ไม่นานเมื่อมีเจ้าของร่างสันทัดโผล่มาพร้อมกับท่าทางร้อนใจ “คุณไค!” ลู่ฮานดึงมือของตัวเองออกเสียก่อนที่พนักงานหนุ่มจะเห็น จงแดก็หน้าตื่นเสียจนไม่คิดจะสนใจอะไรทั้งนั้นนอกจากรายงานความวุ่นวายที่เกิดขึ้นให้เจ้านายฟัง “เกิดเรื่องแล้วครับ” “เรื่องอะไร?” ไคถามขึ้น จงแดเหลือบมองลู่ฮานด้วยท่าทางลำบากใจ อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าตอบจนไคนึกสงสัย “มีอะไรหรือเปล่า” “เอ่อ..คือ..” ไม่ทันที่จงแดจะได้เอ่ยอะไรก็มีเสียงโวยวายดังมาจากอีกทางหนึ่ง คนทั้งหมดมองไปยังต้นเสียงก็เห็นอี้ชิงกำลังตรงดิ่งมามีคนตัวสูงเดินตามต้อยๆ ด้วยท่าทางร้อนรน “พี่ลู่!” อี้ชิงเรียกพี่ชายก่อนจะพุ่งเข้าหา คว้าแขนหมับแล้วก็เกาะไว้แน่น “ชิงอยากกลับบ้าน!” “ชิง!” เป็นเสียงของคนตัวสูงที่พยายามจะแตะท่อนแขนเล็ก แต่อี้ชิงกลับเบี่ยงตัวหนี ไม่ยอมมองหน้า เอาแต่ทำหน้าเชิดปากยื่นจนไคกับลู่ฮานต้องมองด้วยความสงสัย ลู่ฮานแตะมือลงกับมือของน้องชาย เอ่ยถามขึ้นเพราะท่าทางที่เปลี่ยนไปของอี้ชิงกับอาการแปลกๆ ของอี้ฟาน “เป็นอะไรไป” “ชิงอยากกลับบ้าน ชิงไม่อยากอยู่ใกล้คนหลอกลวง พี่ไคก็เหอะ รู้เห็นเป็นใจกับพี่อี้ฟานด้วยใช่ไหม” “ชิง อย่าพาลสิ” เป็นคนตัวโตที่เอ่ยห้ามร่างบางที่เก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ คนตัวเล็กซ่อนหน้ากับไหล่พี่ชายตัวบาง ไม่มองหน้าคนที่กำลังล้อมหลังตัวเองไว้ ลู่ฮานที่หวงน้องชายอยู่แล้วเลยดึงอี้ชิงมาอีกทาง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เกิดอะไรขึ้น?” “พี่ฟ่านหลอกชิง พี่ฟ่านไม่ได้ความจำเสื่อม” อี้ชิงฟ้องลู่ฮานก่อนจะเหลือบสายตามองคนตัวโตด้วยสีหน้าเจ็บปวด ลู่ฮานอึ้งไปพักใหญ่ มองไคที่ยืนนิ่งด้วยแววตาผิดหวัง ริมฝีปากอิ่มถูกกลืนเอาไว้เมื่อความสุขเมื่อครู่ลดหายลงไปจนแทบไม่เหลือไอความหวาน นัยน์ตาคู่สวยมองหาเรื่องคนตัวสูงที่เอาแต่จ้องน้องชายของเขาไม่วางตา “มันจริงใช่ไหม” “มันก็....ผมมีเหตุผล...” “พี่ฟ่านไม่ต้องอ้างเหตุผลเลย ชิงไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ชิงอยากกลับบ้าน” พูดเสียงสั่นพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นนัยน์ตาคู่สวยจนลู่ฮานได้แต่กอดปลอบน้อง ที่จริงอยากจะด่าอยากจะชกหน้าคนตัวสูงที่กำลังยืนทำหน้าเคร่งอยู่ แต่ไอ้ตัวงอแงที่กำลังสะอึกสะอื้นก็ทำให้ลู่ฮานต้องละความสนใจมาลูบแผ่นหลังบางที่ขยับขึ้นลงตามแรงโศก “นายจะกลับยังไง ตอนนี้ก็เริ่มมืดแล้วนะ” ลู่ฮานเอ่ยเสียงอ่อน พลางมองไคที่พยักหน้าเห็นด้วยช้าๆ “งั้นชิงนอนกับพี่ลู่นะ” “ไม่ได้!” เจ้ายักษ์ปักหลั่นตัวสูงใหญ่รีบร้องห้ามทันที อี้ชิงเอาแต่ทำปากบู้กอดพี่ชายแน่นไม่ยอมต่อความกับคำพูดนั้น ลู่ฮานอาจจะดีใจอยู่หรอกที่อี้ชิงจะมานอนด้วย เพราะเพียรขอมานานหลายครั้งแล้วแต่เจ้าเด็กคนนี้ก็เอาแต่อ้างถึงคนป่วย แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ ตกลงว่าป่วยหลอก ให้น้องชายของเขามาดูแลอยู่ได้ตั้งนานสองนาน แถมตอนนี้ยังมาทำหน้าเคร่งเหมือนคุณครูดุลูกศิษย์อยู่ใกล้ๆ พี่ชายอย่างเขาเลยอดที่จะหมั่นหน้าของไอ้คนความจำเสื่อมหลอกๆ นี้ไม่ได้ “ชิง...พี่ขอโทษ....” คนหน้าดุเอ่ยเสียงอ่อนเมื่อเห็นว่าอี้ชิงยังปิดกั้นไม่สนใจตน ลู่ฮานทำหน้าเบ้ก่อนจะซัดสายตาไปหาอีกคนอย่างหมายมาด ถ้านายรู้เห็นเป็นใจด้วยนะคิมไค....น่าดู! ราวกับจะรู้ว่าโดนอีกคนหมายหัวเอาไว้ คิมไคเสตามองพี่ชายของตัวเองที่ร้อนรนจนไม่สนใจใครอื่น “คุณไปอาบน้ำก่อนดีกว่า ปล่อยให้ตัวเย็นนานเกินไปจะไม่สบายอีก” ลู่ฮานมองสภาพเปียกหมาดของตัวเองก็พยักหน้ารับ จับจูงมือน้องชายตัวขาวให้เดินตามไป อี้ชิงบอกจะไปขนเสื้อผ้าจากบ้านลาเวนเดอร์มาก่อน ไม่สนใจสายตาดุๆ ของคนตัวสูงที่จับจ้องทุกอาการนั้นไม่วางตา “เฮียมากับผมดีกว่า” อี้ฟานยังนิ่ง แต่ก็ยอมเดินตามมาแต่โดยดีเมื่อเห็นคนรักไม่ยอมสนใจเลยสักนิด ไคถอนหายใจหนักๆ ยามเมื่อเข้ามายังห้องพักของตัวเอง มีเจ้าของรีสอร์ทอีกคนทรุดนั่งอยู่ตรงส่วนรับแขกสีหน้าครุ่นคิด “ผมไม่อยากซ้ำเติมหรอกนะเฮีย แต่ถ้าผมเป็นอี้ชิงผมก็คงจะโกรธเฮียไม่ต่างกัน” เขาก็โกรธเหมือนกันตอนที่รู้ว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือ ตอนนั้นเขาร้อนใจมาก โทษตัวเองที่ทำให้พี่ชายต่างมารดาต้องเกิดอุบัติเหตุ แต่ไม่นานอี้ฟานก็ยอมสารภาพความจริงหลังจากที่เขาขอร้องให้อี้ชิงเดินทางมาที่เกาะนี้ได้สำเร็จ อี้ฟานกลัวว่าไคจะเผยพิรุธออกไปก็เลยต้องโกหกเขาด้วย และแทนที่อี้ฟานจะเปิดเผยความจริงให้อี้ชิงรู้ ลู่ฮานก็ดันออกมาตามหาน้องชายเสียก่อน พี่ชายต่างมารดาของเขาเลยยิ่งระแวงกลัวคนรักจะกลับโซลเลยต้องโกหกกันยืดเยื้อขนาดนี้ “ฉันขอโทษแล้วไง แต่อี้ชิงก็ไม่ยอมฟัง” “ถ้าคำขอโทษมันจะแก้ปัญหาได้รวดเร็วขนาดนี้ คนทำผิดก็ไม่มีเวลาได้สำนึกสิ ถ้าเฮียยังรู้สึกว่าที่ตัวเองทำถูกต้อง ขอโทษไปอี้ชิงก็ไม่รับรู้หรอก ตอนนี้เขายังโกรธอยู่ ปล่อยน้องไปสักพัก” “แกพูดเหมือนรู้จักอี้ชิงดีกว่าแฟนอย่างฉัน” ไคกลอกตา อี้ฟานก็เป็นแบบนี้เสียทุกครั้ง หึงหวงอี้ชิงแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ใครเข้าใกล้คนตัวเล็กเป็นต้องอารมณ์เสีย ยึดความต้องการของตัวเองเป็นสำคัญ ยิ่งมาเจอคนอ่อนนอกแข็งในแบบรุ่นน้องเขาแล้ว แค่อี้ชิงไม่ยอมมาหาตามที่ตัวเองต้องการก็เอาไปคิดอะไรเป็นตุเป็นตะ โดนลู่ฮานปั่นประสาทมาแค่ครั้งเดียวก็แทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ เขารู้ว่าพี่ชายรักอี้ชิงมาก แต่มันก็ควรอยู่ในพื้นฐานของความเข้าใจด้วย แค่ไม่ยอมทำตามที่ตัวเองต้องการใช่ว่าอี้ชิงจะไม่รักเสียหน่อย “บางทีเฮียก็งี่เง่ากับเรื่องแบบนี้นะ” ไคเอ่ยขึ้นเรียบๆ ก่อนจะรินเหล้าให้พี่ชายพี่จับกรอกลงไปอย่างไม่กลัวว่าดีกรีร้อนแรงนั้นจะบาดหลอดอาหารให้ต้องปวดแสบปวดร้อน อี้ฟานร้อนใจยิ่งกว่า อี้ชิงไม่เคยคล้อยตามคำชวนเขาสักครั้งจนชายหนุ่มอดที่จะคิดไม่ได้ว่าอี้ชิงรักเขามากพอกับที่เขามอบให้ไปหรือเปล่า ขึ้นชื่อว่าคนรักกันก็ย่อมอยากอยู่ใกล้กันเป็นธรรมดา เขาเคยอยากไปประจำฝ่ายการตลาดที่โซลเพื่อจะได้อยู่ใกล้คนตัวเล็ก แต่อี้ชิงกลับห้ามไว้ น้องแค่บอกว่าให้เขายึดงานเป็นสำคัญ คิดถึงก็มาหาได้ โทรติดต่อกันได้ แต่แค่นั้นมันจะพอหรือ อี้ชิงมีลู่ฮานคอยเป็นไม้กันหมาอยู่ ถึงขนาดแอบคบกันดูใจกันมาตั้งนานแต่ความสัมพันธ์ก็ไม่พัฒนาเหมือนคู่อื่นๆ เขากลัวว่าระยะทางมันจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป น้องน่ารักขนาดนั้นใครล่ะจะไม่อยากเข้าใกล้ ส่วนเขาที่อยู่ที่เกาะจะมีเวลาที่ไหนไประแวดระวังแมลงหวี่แมลงวันได้ ยิ่งลู่ฮานดูเหมือนจะปลาบปลื้มจื่อเถาจนยอมให้คบกัน ใจเขาก็ยิ่งร้อนรนยิ่งขึ้นจนแทบทนไม่ไหว “แล้วจะให้ฉันทำไง” “คนรักกันมันต้องเชื่อใจกัน ถ้าเฮียอยากให้น้องหายโกรธก็ต้องพูดความจริง บอกความจริงกับเขา ไม่ใช่ให้เขามาจับได้เองแบบนี้ ถึงเราจะไม่ได้คิดร้าย แต่น้องมันก็เสียใจไปแล้ว” ดูท่าว่าจะมากเสียด้วย เขาไม่เคยเห็นอี้ชิงงอแงอะไรขนาดนี้ แล้วที่สำคัญลู่ฮานก็คงมองเขาเป็นคนไม่ดีไปเสียแล้ว เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ “ชิง ไม่หิวหรอ” ลู่ฮานเรียกน้องชายที่กำลังนอนแนบหน้ากับหมอนไม่สนใจความเป็นไปของโลก ชวนให้ทานข้าวก็ไม่สน ขนาดกินยั่วแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าจะแย่งแถมยังงอนอีกที่เขาไม่สนใจความรู้สึก สุดท้ายลู่ฮานเลยต้องมานั่งเหี่ยวเป็นเพื่อนเจ้าเด็กปากห้อยนี่ด้วย “โกรธมากหรอ” “เป็นพี่ลู่จะโกรธมั้ยอ่ะ ชิงอุตส่าห์ทิ้งงานสำคัญมาเพื่อดูแลพี่ฟ่าน ดูแลเอาใจทุกอย่างเพราะเห็นว่าป่วย แล้วสุดท้ายมารู้ความจริงแบบนี้จะให้ชิงดีใจหรอ พี่ฟ่านคิดว่าชิงโง่อ่ะ นี่คงหัวเราะเยาะชิงลับหลังล่ะสิ” เจ้าเด็กตัวขาวทำปากบู้ก่อนจะทุบหมอนใบนุ่มราวกับเป็นใบหน้าหล่อๆ ของอีกคน ที่จริงเขาก็โกรธนะ แต่เห็นท่าทางของอี้ชิงแล้วรู้สึกเห็นใจคนรักของน้องชายขึ้นมาสักนิดแล้วล่ะ “โกรธน่ะโกรธได้ แต่ฟังเหตุผลของเขาหน่อยไหม อย่างน้อยก็ให้เขาได้อธิบายสักหน่อย ฟังขึ้นไม่ขึ้นยังไงก็ค่อยว่าอีกที” “ชิงไม่ฟัง ไม่ชอบคนโกหก พี่ลู่ไม่ต้องปกป้องพี่ฟ่านเพราะเห็นว่าเป็นพี่ชายพี่ไคเลย” ลู่ฮานชักของขึ้นเมื่อเจ้าตัวเล็กคิดว่าเขาเข้าข้างคนอื่นเพียงเพราะผู้ชายคนเดียว “ไม่ชอบคนโกหก แล้วตอนที่นายหลอกพี่ให้ตามหาตั้งนานสองนานน่ะ พี่ชอบล่ะสิ? สนุกใช่ไหมตอนได้เห็นคนอื่นหัวปั่น คราวนี้เราโดนเองแล้วเป็นไงล่ะ” ลู่ฮานไม่อยากจะฟื้นฝอยเรื่องเก่าหรอก เขาไม่ใช่พวกผูกใจเจ็บหรือเก็บความพยาบาทเอาไว้กับตัวนาน ยิ่งเป็นกับคนที่ตัวเองรักตัวเองเป็นห่วงแล้วขอแค่ให้ได้โวยวายจากนั้นก็จะลืมทันที อี้ชิงหลุบตาไม่ต่อความ แต่เขารู้ว่าน้องฟัง “งั้นก็เลิก ไม่ต้องติดต่อกัน ตัดเป็นตัดตายกันไปเลย พรุ่งนี้พี่จะพานายกลับโซล ไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก โอเคตามนั้น” ลู่ฮานเอ่ยเสียงจริงจัง ส่วนคนฟังก็เอาแต่นิ่งเงียบ คนตัวเล็กเท้าสะเอวมองเพียงครู่เผื่อว่าอี้ชิงจะปฏิเสธบ้างสักนิด แต่เจ้าตัวเล็กก็ใจแข็งเหลือเกิน เขาควรจะสบายใจไหม คราวนี้ไม่ต้องกันผู้ชายคนไหนเข้ามาในชีวิตอี้ชิงหรอก แค่ทำผิดแบบอี้ฟาน ผู้ชายคนนั้นก็ได้กระเด็นออกจากชีวิตน้องชายของเขาแล้ว แกร๊ก! แกร๊ก! ลู่ฮานพลิกตัวจากที่นอนนุ่มเมื่อได้ยินเสียงผิดปกติจากประตูบ้านพัก คนตัวเล็กชะโงกหน้าไปมองน้องชายที่หลับไปทั้งน้ำตาก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวให้ก่อนจะเดินงัวเงียไปที่หน้าต่าง ‘ชูการ์’ เจ้าหมาตัวโตกำลังใช้ขาหน้าตะกายประตูอย่างเอาเป็นเอาตาย ลู่ฮานเปิดประตูออกไปก่อนที่จะถูกข่วนเป็นรอยเพราะเจ้าตัวโตก็เล็บคมใช่ย่อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นอะไรบางอย่างที่ห้อยคอเจ้าหมาตัวโตอยู่ ขอโทษค้าบบ อย่าโกรธพี่ไคเลยนะTOT ชูการ์หมอบจนท้องติดพื้น หูตกหางลู่ได้น่าสงสารชนิดที่คนมองอดที่จะทึ่งไม่ได้ ลู่ฮานพยายามกลั้นยิ้มจนเมื่อยแก้มเพราะเอ็นดูเจ้าตัวโตที่แสดงได้สมบทบาทก่อนจะช้อนตามองเงาสูงใหญ่ของคนที่คุกเข้าอยู่ข้างๆ ตีหน้าตาเศร้าได้ไม่แพ้กัน “อย่าโกรธผมเลยนะ” ร้อนตัวล่ะสิถึงได้มาชิงขอโทษตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วพาชูการ์มาด้วยนี่หวังขอคะแนนสงสารใช่ไหม ลู่ฮานได้แต่นึกหมั่นไส้คนตัวโตในใจก่อนจะขยับเข้าไปลูบกลุ่มขนสีน้ำตาลนุ่มมือนั้นอย่างรักใคร่ เจ้าหมาที่เศร้าเมื่อครู่กระดิกหางลิ้นห้อย ลืมบทบาทของตัวเองไปเสียสิ้น เหลือเพียงเจ้าของหน้าหล่อที่พยายามส่งสายตาขอความเห็นใจมาให้ “ชูการ์เด็กดี นายไม่ได้ทำผิดพี่จะไปโกรธนายทำไมกัน” วงแขนเล็กโอบกอดเจ้าตัวโตเอาไว้ก่อนจะหัวเราะคิกเมื่อลิ้นสากเลียท่อนแขนเล็กอย่างประจบ “ลู่ฮาน...” ไคเอ่ยเสียงอ่อน แต่คนตัวเล็กกลับเลิกคิ้วมองทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ให้ชายหนุ่มรู้สึกร้อนรน “ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณจริงๆ นะ” “แต่คุณก็ทำ...” ลู่ฮานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ยืดตัวมองคนตัวโตที่นั่งคุกเข่าอ้อนวอนราวกับก่อความผิดรายแรงจนถึงชีวิต ลู่ฮานถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้า “ขอมือหน่อย” ลู่ฮานเอียงคอมองคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะอึ้งไปนิด ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปหาเจ้าหมาตัวโตที่กระตือรือร้นเตรียมยกเท้าหน้ามาวางไว้ตามคำสั่งที่ได้รับการฝึกมา หมับ ไครีบคว้ามือของลู่ฮานเอาไว้ ก่อนจะกระตุกร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอด “ผมไม่ใช่หมาสักหน่อย” ไคเอ่ยกลั้วหัวเราะ วงแขนแกร่งกระชับเอวบางแน่นก่อนจะดึงร่างบางให้ยืนขึ้นด้วยกัน ใจที่แทบจะหยุดต้นตอนเห็นลู่ฮานเย็นชากลับอุ่นวาบราวกับได้ชีวิตใหม่ “ไม่โกรธผมนะ” เอ่ยย้ำอีกครั้งเมื่อไม่เห็นว่าลู่ฮานโวยวายอะไร แถมยังแกล้งเขาอีกต่างหาก “ไม่ทันจะได้โกรธคุณก็รีบขอโทษซะก่อน ผมเลยไม่ทันตั้งตัว” ลู่ฮานเอ่ยยิ้มๆ แปลกใจตัวเองที่ไม่โวยวายใส่คนตัวสูง ถ้าเป็นคนอื่นคงได้มีเจ็บกันไปข้าง อาจเป็นสัญชาตญาณที่บอกให้ลู่ฮานรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้คิดร้าย เขาคงมีเหตุผลของเขา.....หรือบางทีหัวใจของลู่ฮานอาจจะอ่อนเกินไปจนยอมที่จะถูกหลอกก็เป็นได้ “คุณไม่โวยวายแบบนี้แล้วผมรู้สึกผิดจัง ผมไม่ได้อยากโกหกคุณจริงๆ นะ....” ลู่ฮานไม่ต้องถามอะไรคนตัวโตก็เล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง คนตัวเล็กเพียงพยักหน้ารับรู้ช้าๆ ฟังเสียงทุ้มดังคลอกับเสียงหัวใจเต้นบนแผ่นอกหนา ไคสำนึกผิดจริงๆ และนั่นทำให้ลู่ฮานไร้หัวข้อที่จะชวนทะเลาะ เขาใจอ่อนเกินไปหรือเปล่านะ “หมดเรื่องคุยแล้วใช่ไหม ผมง่วงแล้ว คุณก็กลับไปนอนเถอะ” ลู่ฮานเอ่ยขึ้นแต่คราวนี้คนที่พึ่งพ้นโทษกลับไม่ยอมคลายวงแขนลงสักนิด ไคกระซิบเสียงแผ่วกับกลุ่มผมนุ่ม “คุณไม่อยากให้เฮียฟ่านดีกับอี้ชิงหรอ” “อยากสิ แต่อี้ชิงไม่ยอมฟังอะไรเลย ขนาดผมบอกว่าให้เลิกกันก็ยังนิ่ง” “ชิงพูดแบบนี้หรือ?” เสียงทุ้มให้ที่ดังขึ้นทันทีทันควันทำให้คนตัวเล็กสะดุ้ง ลู่ฮานหน้าขึ้นสีเมื่อรับรู้ว่านอกจากหมาตัวหนึ่งแล้วยังมีอีกหนึ่งมนุษย์เห็นเขายืนกอดอยู่กับไค แต่เหมือนมนุษย์ตัวสูงนี่จะไม่สนใจเลยสักนิดว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร “ผมอยากเจออี้ชิง!” อี้ฟานบอกความต้องการของตัวเองโดยไม่ลังเล “ไม่ได้!” ลู่ฮานขัดขึ้น จ้องมองนัยน์ตาคู่คมนั้นด้วยท่าทางไม่ชอบใจ ท่าทางร้อนรนเหมือนภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ มาเจอสายตาจุดเยือกแข็งแบบของเจ้าตัวเล็กมีหวังได้เจ็บกันไปบ้างล่ะ “ควบคุมอารมณ์ตัวเองหน่อย ไหนบอกว่าคบกันมานาน ไม่เข้าใจกันแค่นี้ก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ต่างคนต่างเอาอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง ถ้าคุณยังร้อนอยู่แบบนี้แล้วผมจะไว้ใจให้คบกับอี้ชิงได้ยังไง ปัญหาแค่นี้คุณยังจัดการไม่ได้” ไคกระซิบเตือนคนตัวเล็กที่จ้องมองคนตัวสูงไม่วางตา “ผมขอโทษ...” อี้ฟานเอ่ยขึ้น ดวงตาคมดุมองสบนัยน์ตาของลู่ฮานไม่กระพริบ ท่าทีดูสงบลงกว่าเมื่อครู่มาก “แต่ผมมั่นใจว่าจะดูแลอี้ชิงได้เป็นอย่างดี จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก” คำพูดหนักแน่นถูกเอ่ยขึ้น ลู่ฮานยังไม่คลายสีหน้าเคร่งขรึมยามเมื่อพิจารณาว่าที่น้องเขยที่กำลังจะหลุดจากตำแหน่งอยู่รอมร่อ เขาไม่เคยให้โอกาสผู้ชายคนไหนได้เข้าใกล้อี้ชิง แต่คนๆ นี้กลับแอบคบกันกับเจ้าตัวเล็ก ถ้าจะทำกันถึงขนาดนี้เขาก็ไม่ใช่ตัวแปรที่จะมาตัดสินใจความรู้สึกของคนสองคนหรอก “ผมจะเชื่อไม่เชื่อคงไม่สำคัญ.....คุณควรจะพูดให้อี้ชิงเข้าใจเองจะดีกว่า” ร่างสูงสืบเท้าเข้ามาในห้องทานตะวันที่เปิดโคมไฟสีส้มระดับอ่อนสุดพอให้เห็นสภาพภายในห้องเลือนรางเท่านั้น ดวงตาคมมองเตียงหลังใหญ่ที่มีเจ้าของร่างเล็กนอนตะแคงครอบครองพื้นที่ด้านหนึ่งของเตียง ก่อนจะสอดตัวในผ้าห่มผืนเดียวกันช้อนแผ่นหลังบางโอบกระชับเข้าหา “ชิง...” ไม่อยากรบกวนเวลาหลับฝันของคนตัวเล็ก แต่เขาก็ปวดใจเหลือเกินเมื่อเห็นคราบน้ำตาที่ผิวแก้มเนียน นิ้วเรียวไล้ร่องรอยโศกเศร้าแผ่วเบา ประทับจุมพิตหวังลดทอนความรู้สึกปวดร้าวจากการทำร้ายคนที่ตัวเองรัก อี้ชิงงัวเงียตื่นเพราะสัมผัสชิดใกล้ ก่อนจะผวาหนักเมื่อเจอคนที่ไม่ใช่พี่ชายตัวบางอยู่ตรงหน้า “ปล่อยชิงนะ!” น้องดิ้นขัดขืนจนอี้ฟานปวดปร่าในอก มือหนารั้งร่างเล็กเข้ากอดแน่น ไม่สนเล็บคมที่ข่วนจิกไปทั่วท่อนแขนแกร่ง “พี่ขอโทษ...” “มาขอโทษทำไม ชิงไม่อยากฟัง” เสียงหวานเจือสะอื้น ยิ่งเห็นรอยแดงที่ตัวเองลงเล็บเอาไว้ก็ยิ่งเจ็บปวด เขาไม่อยากทำให้พี่อี้ฟานเจ็บ แต่พี่อี้ฟานก็ทำให้อี้ชิงเจ็บเหลือเกิน ทำไมต้องหลอกกันด้วย “ขอร้องเถอะชิง พี่แค่อยากให้ชิงอยู่ใกล้ๆ ชิงรู้หรือเปล่าว่าพี่ทรมานใจขนาดไหนที่ชิงทำเหมือนไม่แคร์กัน” อี้ชิงกลืนริมฝีปากเอาไว้ยามเมื่อเสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมา นัยน์ตาคู่สวยหลุบต่ำไม่มองใบหน้าคมคายที่คลอเคลียอยู่ใกล้ๆ นิ้วเรียวตรึงปลายคางเรียวก่อนจะเชยให้ได้สบกับลูกแก้วกลมใสที่แวววาวเพราะหยาดน้ำตา “พี่ขอโทษที่ทำอะไรลงไปโดยไม่คิดถึงใจของชิง แต่พี่ไม่ได้สนุกเลยที่ทำแบบนั้น อยากจะบอกชิงหลายครั้งแต่พี่กลัวว่าถ้าบอกไปชิงก็จะห่างพี่อีก” เสียงทุ้มเอ่ยเว้าวอนชิดกลีบปากนุ่ม สองมือประคองโอบร่างเล็กเอาไว้อย่างหวงแหน แนบความอบอุ่นและความชิดใกล้บ่งบอกให้เจ้าของหัวใจรู้ว่าต้องการมากแค่ไหน อี้ชิงเอาแต่นิ่ง ปล่อยให้คนที่คลอเคลียไม่ห่างทุรนทุรายกับท่าทางเมินเฉยนี้ ลมหายใจอุ่น กลีบปากหยักแตะสัมผัสอ้อนวอนร้องขอ อี้ฟานคิดว่าเขาคงกระอักเลือดตายในไม่ช้าเมื่อคนรักไม่มีทีท่าโอนอ่อนเลยสักนิด “ชิง..” เสียงทุ้มพร่าเรียกซ้ำๆ ก่อนจะเหมือนโดนปลิดลมหายใจเมื่อมือนุ่มดันอกแกร่งออกห่าง “อย่าทำแบบนี้อีกนะฮะ พี่ฟ่านต้องเชื่อใจชิงนะ” เสียงหวานเอ่ยคลอสัมผัสนุ่ม ก่อนจะเยื้อนรอยยิ้มหวานให้คนตัวโตใจชื้น อี้ฟานแตะกลีบปากแดงฉ่ำเนิ่นนาน เอ่ยคำสัญญาที่ทำให้วงแขนเล็กโอบกระชับร่างสูงใหญ่แน่น สัมผัสแสนหวานเปลี่ยนเป็นรุ่มร้อนเมื่อรอยอุ่นแตะแต้มไปทั่วลำคอขาว มือบางวางแตะที่อกหนา พยายามห้ามความต้องการของคนตัวสูงที่เลื่อนสัมผัสไปยังกลีบปากนุ่มหยุ่น ดูดดึงกลีบปากบนล่างให้อี้ชิงเผยอรับปลายลิ้นร้อนที่แทรกผ่านไปสู่ขุมทรัพย์อันหอมหวาน “พี่รักชิงนะครับ ชิงเชื่อใจพี่ไหม” นัยน์ตาคมทอประกายกล้าแห่งความต้องการ อี้ชิงหลุบตาเอียงอายเมื่อรับรู้ความนัยจากสายตาคู่นั้น แต่สมองก็ช่างสั่งการได้ช้าเหลือเกิน ไม่มีแรงที่จะปฏิเสธสัมผัสร้อนที่แนบไปทั่วร่าง พี่ฟานคนเดิมของชิงกลับมาอีกครั้ง “เชื่อใจพี่นะครับ” วาจาอ่อนอ้อนทั้งสัมผัสร้อนทำให้หลงมัวเมาได้ง่าย อี้ชิงแทบอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟยามเมื่อริมฝีปากหยักขยับแนบไปตามช่วงคอระหงจนถึงหัวไหล่กลมมนทิ้งรอยแดงไว้ทั่วผิวเนื้อขาวสะอาด มือหนาลิดกระดุมเสื้อนอนเนื้อนุ่มเปิดทางให้สัมผัสร้อนกดแนบไปตามแผ่นอกเรียบเนียน ก่อนจะบิดเร่าไปทั้งร่างเมื่อปลายลิ้นสากครอบครองเม็ดทับทิมสวย ดูดกลืนราวกับขนมรสเลิศ อี้ชิงครางผะแผ่ว วงแขนเล็กอ่อนล้าจนต้องการที่ยึดเหนี่ยว อี้ฟานไล่จูบไปยังท่อนแขนเนียนฝากรอยสัมผัสไปยังฝ่ามือนุ่มก่อนจะประคองให้สัมผัสความต้องการของตนที่กำลังคับขยายอยู่ภายใต้กางเกงผ้า “เมียจ๋า.....ปวด” ดวงตาคู่สวยตวัดมองนัยน์ตาคมพราวระยับ.....พี่อี้ฟานแกล้งให้ชิงช่วยตั้งนานทั้งที่ตัวเองไม่ได้ความจำเสื่อม แล้วคราวนี้ชิงจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน มือบางชะงักไม่ยอมทำตามที่คนตัวโตร้องขอ อี้ฟานเพียงยิ้มร้าย จับมือน้องให้มาคล้องคอตัวเองไว้ก่อนจะเสียดสีความต้องการของทั้งสองให้สัมผัสกันจนร่างเล็กได้แต่ครางหวิว “พะ...พี่ฟ่าน” สัมผัสร้อนถ่ายเทเข้าหากันราวกับแม่เหล็กต่างขั้ว ยิ่งเสียดสี ความทรมานก็ยิ่งมากมายจนแทบทนไม่ไหว มือเล็กจะขยับเข้าช่วยให้ตัวเองคลายความอึดอัด แต่ก็ไม่ทันร่างสูงที่แต้มจูบไปตามแผ่นท้องแบนราบ ทิ้งรอยฟันและรอยจูบไปตามผิวท้องสีน้ำนมจนอี้ชิงรู้สึกวูบโหวงไปทั้งช่องท้อง แผ่นหลังบางแอ่นเหนือที่นอนปล่อยให้คนตัวโตกำจัดปราการที่ห่อหุ้มความน่ารักได้อย่างง่ายดาย มือหนากอบกุมสะโพกนุ่มมือ บีบขยำเร่งเร้าอารมณ์ให้ร่างเล็กบิดส่ายอย่างทรมานก่อนจะครอบครองความน่ารักที่พรั่งพร้อมตรงหน้า อี้ชิงหวีดร้อง ลิ้นร้อนช่างร้ายกาจเสียจนคนตัวเล็กครางไม่เป็นภาษา โพรงปากอุ่นครอบครองตัวตนของอี้ชิง พันธนาการสติเอาไว้ให้จดจ่อกับการขยับรูดรั้งที่หนักหน่วงสลับเบาราวกับทะเลแปรปรวน ขาเรียวหยัดกับพื้นนุ่ม ปลายนิ้วเล็กสอดผ่านขยำกลุ่มผมหนานุ่มหวังระบายอารมณ์ใคร่ที่เกิดขึ้น ข้อนิ้วเท้าเกร็งไปกับการหยอกล้อของปลายลิ้น กระตุกสั่นก่อนจะปลดปล่อยความอ่อนหวานให้คนตัวสูงได้ดูดกลืนจนพอใจ นิ้วเรียวปาดไล้คราบคาว ดึงท่อนขาเพรียวให้เปิดกว้างก่อนจะแทรกปลายนิ้วเข้าสู่ช่องทางอ่อนนุ่ม อี้ชิงสะดุ้ง เมื่อปลายนิ้วแตะตรงปุ่มอารมณ์ ขยับเข้าหาเรือนร่างสูงใหญ่ที่ป้อนจูบปลอบประโลมให้ไม่ขาด “ไม่เป็นไรนะชิง” กระซิบปลอบร่างบางที่เกร็งตัว ผนังนุ่มตอดรัดปลายนิ้วทั้งสามจนอี้ฟานแทบไม่อยากจินตนาการว่าตัวตนของเขาจะสุขสมแค่ไหน มือหนาช้อนแผ่นหลังบาง ดึงร่างนุ่มหอมที่แดงก่ำไปด้วยฤทธิ์รักเข้าหา ปรนเปรอความวาบหวามให้หายกลัวก่อนจะแทรกผ่านตัวตนไปยังช่องทางตอดรัดนั่น อี้ฟานไม่คิดฝันว่าความต้องการของเขาจะมากมายมหาศาลขนาดนี้ มือหนาเคล้นคลึงสะโพกสวย ฝังความต้องการไปเต็มร่างน้อยที่สั่นระริกนั่น อี้ชิงกลืนริมฝีปากแน่นกับความคับแน่นของช่องทางด้านหลัง เหงื่อเม็ดโตจากคนตัวสูงหยดลงข้างแก้มขาว ดวงตาคู่กลมช้อนมองแววตาคมดุที่บัดนี้แฝงความร้อนแรงจนทำให้หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วยิ่งเต้นกระหน่ำ แววตาของคนตัวสูงบ่งบอกถึงความปรารถนาอย่างที่อี้ชิงไม่เคยพบ ทั้งต้องการ ทั้งอยากครอบครอง ทั้งหลงใหลจนคนที่ได้รับเหมือนโดนตรึงเอาไว้กับนัยน์ตาคู่นั้น อี้ชิงครางสะอื้น ก่อนจะถูกเก็บกลืนไปกับจุมพิตร้อนแรง ร่างเล็กไหวโยกราวกับขวดน้ำที่ลอยท้าคลื่นทะเล กระทบโขดหินก่อนจะถูกซัดออกนอกฝั่ง เป็นอย่างนี้ซ้ำๆ จนกลัวว่าตัวตนจะแตกสลาย ขาเรียวถูกจับยึดเกี่ยวเอวหนาให้สองร่างแนบชิดมากขึ้น ลึกขึ้น อี้ชิงแทบแตกดับทุกครั้งที่คนตัวสูงกระแทกความแข็งแรงเข้าใส่ ส่วนอ่อนไหวที่เสียดสีกับหน้าท้องแกร่งปริปริ่มอีกครา ก่อนจะปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง อ่อนแรงจนเซนซบซอกไหล่แข็งแรงปล่อยให้คนตัวโตเร่งจังหวะตอกอัดเข้ามาในร่าง ไม่นานก็รับรู้ถึงกระแสอุ่นร้อนที่พร่างพรายเข้ามาในกายพร้อมกับเสียงครางทุ้มสุขสม “คุณว่าเขาจะดีกันหรือยัง” ลู่ฮานถามคนที่กอดช้อนตัวเองอยู่ด้านหลัง คุยกันไปคุยกันมาไหงกลายเป็นมานอนอยูในอกอุ่นได้ “ไม่รู้สิ” “ไม่รู้ได้ไง นั่นน้องชายผมทั้งคนนะ” ลู่ฮานยู่ปากก่อนจะต้องย่นคอเมื่อจมูกโด่งฝังแก้มนุ่มอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยเหลือบมองเจ้าของนัยน์ตาระยับที่เกลี่ยผมนุ่มเล่นไปมา ตวัดค้อนใส่คนที่เอาแต่กอดแต่หอมเขาได้เป็นชั่วโมง ไม่เบื่อบ้างหรือไงนะคนบ้า “ช่างเถอะน่า เฮียฟ่านจัดการได้” “ให้มันจริงเถอะ แต่ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างน้า....ผมจะไปดูสักหน่อย” ว่าพลางตั้งท่าจะผละจากอกอุ่น แต่คนตัวสูงกลับตวัดเอวบางไว้ ปลายคางครึ้มหนวดวางกดที่ไหล่เล็ก ล็อกคนตัวบางเอาไว้จนไปไหนไม่ได้ “เขาก็คงนอนกอดกันเหมือนที่เราทำอยู่ตอนนี้ไง ปล่อยคู่นั้นไปเถอะ มาพูดเรื่องของเราดีกว่า” ไคเบี่ยงประเด็นให้คนที่กำลังขมวดคิ้วยุ่งเหยิงได้เลิกคิ้วมอง ริมฝีปากหยักเลยกดแนบหน้าผากเนียนไปอีกครั้งด้วยความเอ็นดู “ง่วงแล้วอ่า” ลู่ฮานหลับตาพริ้ม ซุกหน้ากับอกอุ่นซ่อนแก้มแดงก่ำเอาไว้ไม่ให้คนตัวโตเห็น เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่าเวลาจะหวานกัน จอมวุ่นวายของไคก็แสร้งเปลี่ยนเรื่องตลอด อยากจะก้าวหน้าเหมือนคู่ของเฮียฟ่านบ้าง แต่คงต้องใช้เวลาอีกสักพักให้เจ้าตัวได้ชินกับคำว่าแฟน แค่ยอมให้กอดให้หอมแบบนี้ก็ถือว่าเยอะแล้ว เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ จากตอนแรกที่ลู่ฮานอยากกลับบ้านทุกลมหายใจเข้าออกตอนนี้เขากลับใจหายที่ต้องห่างจากท้องฟ้าสีคราม น้ำทะเลสีมรกต เจ้าหมาตัวโตที่แสนฉลาดเฉลียว และคนตัวสูงที่เข้ามาทำให้วันเวลาที่ผ่านไปเต็มไปด้วยความสุข ตอนนี้รถจอดอยู่ตรงท่าเรือแล้ว สปีดโบ๊ทที่ทำพิษเขาตั้งแต่วันแรกจอดเทียบท่าเตรียมเดินทางสู่แผ่นดินใหญ่ คนตัวเล็กเหลือบมองคู่รักที่นั่งอิงแอบอยู่ตรงที่นั่งด้านหลัง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อริมฝีปากของทั้งคู่กำลังขยับเข้าหากัน ไคปิดตาคนที่กำลังอ้าปากค้างพร้อมทั้งชี้นิ้วไปหาน้องชายของตัวเองที่ขยับนั่งตักคนตัวสูง “ทะลึ่ง” เสียงทุ้มเอ่ยชิดริมหู ยกร่างเล็กที่กำลังดิ้นไปมาให้มานั่งช้อนตักของตัวเองเช่นกัน “แอบมองคนอื่นเขาจู๋จี๋กัน ไม่ดีเลยนะ” ว่าพลางหอมแก้มคนที่กำลังจะเถียงเขาอีกครั้ง ลู่ฮานเลยต้องเปลี่ยนเป้าหมายมายังใบหน้าคมคายที่คลอเคลียไม่ห่าง “ปะ...ปล่อยเลยนะ” ลู่ฮานเอ่ยเสียงติดขัด ไม่รู้ว่าจะเขินตัวเองที่ถูกรวบไว้บนตักแกร่ง หรือเขินเสียงจุมพิตดูดดื่มจากที่นั่งด้านหลังดี “สองคนนั่นจะห่างกันอีกแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ” คนตัวเล็กเลิกดิ้น พยายามไม่เหลือบมองว่าน้องชายสุดหวงจะถูกล่วงล้ำไปเท่าไร ยังไงเดี๋ยวก็ต้องจากกัน เขาขี้เกียจฟังเด็กปากห้อยบ่นงุ้งงิ้งคิดถึงแฟนหรอกน่ะ ร่างเล็กจะขยับออกห่างคนตัวสูง แต่ไคกลับรั้งเอวบางไว้แน่น นัยน์ตาสีนิลทอประกายอบอุ่นยามจ้องมองคนในอ้อมกอด “แล้วคุณล่ะ...ไม่คิดถึงผมบ้างหรอ” “ไม่คิด” ลู่ฮานตอบออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเม้มปากแน่นเมื่อคนตัวสูงหน้าหงอยเหมือนชูการ์ตอนโดนดุไม่ผิดเพี้ยน “สมัยนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าจะตาย ถ้าผมคิดถึงชูการ์ผมก็จะโทรหา จะไลน์ จะเฟซไทม์เอาก็ได้” ไคถอนหายใจดังพรืด ปลายนิ้วยาวบีบจมูกคนปากแข็งด้วยความมันเขี้ยว “ถ้าคิดถึงชูการ์เสร็จ......ก็คิดถึงผมบ้างนะ” เอ่ยเสียงนุ่มชิดริมหูให้คนตัวเล็กพยักหน้ารับ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียแก้มหอม ลากผ่านสันกรามได้รูปก่อนจะแนบกลีบปากหยักกับริมฝีปากสีสวย ลู่ฮานเกร็งตัวไม่นานก็โอนอ่อนเมื่อความอบอุ่นแทนที่ช่องว่างที่ก่อตัวขึ้นเมื่อถึงเวลาต้องห่าง ใครเลยจะรู้ว่าต่อไปข้างหน้าจะเป็นเช่นไรเหมือนที่ลู่ฮานไม่คาดคิดว่าตัวเองจะทิ้งหัวใจไว้ที่เกาะแห่งนี้ หากต้องเก็บเกี่ยวเอากำลังใจไปทดแทนช่วงเวลาที่ต้องห่าง เขาก็อยากมอบความทรงจำที่แสนวิเศษให้เป็นความรู้สึกดีๆ ยามคิดถึงกัน “ไปก่อนนะ!” ลู่ฮานโบกมือลาคนที่ยืนยิ้มอยู่ตรงท่าเรือมีอี้ชิงเดินเข้ามาสมทบหลังจากกอดลาอี้ฟานอีกครั้ง ผู้โดยสารส่วนใหญ่มองหนุ่มน่ารักสองคนที่มีแฟนรูปหล่อตัวตัวสูงมาส่งด้วยความสนใจ จนอี้ฟานที่ทำใจยอมให้แฟนกลับโซลได้แล้วอยากจะกระโดดขึ้นไปแสดงความเป็นเจ้าของแฟนของตัวเองใจแทบขาด “ไหวไหมน่ะ” ลู่ฮานเอ่ยขำๆ เมื่อเห็นท่าทางของอี้ฟาน ก่อนจะชี้นิ้วให้อี้ชิงเห็นที่นั่งของพวกเขาที่อยู่แถวหน้าของเรือ มือบางจับเสาโลหะเอาไว้เมื่อเห็นลูกเรือกำลังปลดเชือกเส้นหนาที่คล้องเรือกับเสาต้นใหญ่ กัปตันเรือวัยกลางคนเข้าประจำที่เมื่อได้เวลาออกเรือตามตารางที่แปะไว้ ลู่ฮานส่งยิ้มกว้าง ก่อนจะโบกมือให้คนมาส่งอีกครั้ง เห็นชายหนุ่มยื่นอะไรบางอย่างให้อี้ฟานรับไปแล้วตัวเองก็ก้าวขึ้นเรือมา “มีอะไรหรือ” ลู่ฮานเอ่ยถาม ยังยิ้มค้างอยู่เมื่อเห็นเจ้าของนัยน์ตาคมพราวระยับเดินเข้ามาใกล้ นึกทบทวนว่าตัวเองลืมอะไรเอาไว้บ้างแต่ก็ไม่น่าจะมี ในเมื่อเช็คสัมภาระทุกอย่างตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไคส่งยิ้มให้คนที่ทำหน้างง ดึงมือคนตัวเล็กให้ไปนั่งประจำที่ก่อนจะครอบครองที่นั่งที่อยู่ติดกัน “เรือจะออกแล้ว” บอกคนตัวสูงที่พาดแขนโอบพนักที่นั่งด้านหลังเมื่อเสียงเครื่องยนต์เรือดังขึ้น ไคเพียงเออออรับ แต่ลู่ฮานกลับขมวดคิ้วแน่น คนบ้า เดี๋ยวก็ได้ว่ายน้ำขึ้นฝั่งหรอก “ทานยาแก้เมาเรือหรือยัง” ไคถามคนตัวเล็กที่กำลังจ้องเขม็ง ลู่ฮานพยักหน้ารับ เขาไม่อยากให้อาหารปลาต่อหน้าคนเป็นสิบหรอกนะ กว่าจะต่อเครื่องบินกลับโซลอีกมีหวังได้น็อกไปทำงานไม่ไหวแน่ “รีบขึ้นฝั่งไปสิ ส่งแค่นี้ก็พอ” ลู่ฮานดีใจอยู่หรอกถ้าไคจะอาลัยอาวรณ์กันถึงขนาดนี้ แต่นี่เรือกำลังออกห่างจากฝั่งแล้วนะ ถึงจะดำน้ำเก่ง แต่ก็คงไม่มีใครกล้ากระโดดจากสปีดโบ๊ทที่กำลังเร่งความเร็วตอนนี้อยู่หรอก “พี่ไคกลับเกาะวันไหนบอกชิงด้วยนะ” ลู่ฮานหันขวับไปมองเจ้าของเสียงหวานที่เอ่ยแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ของเรือที่กำลังเคลื่อนออกจากเกาะไปเรื่อยๆ เห็นสายตากังขาของพี่ชายอี้ชิงก็เลยตอบให้หายสงสัย “พี่ไคประจำฝ่ายการตลาดที่โซลฮะ จะกลับมาที่เกาะเดือนละครั้ง” เอ่ยขึ้นก่อนจะกอดกระเป๋าแน่น มองไปยังท่าเรือที่ลับหายจากสายตาออกไปทุกที “อิจฉาคนได้อยู่ใกล้แฟนอ่ะ” อี้ชิงว่าเสียงหงอย ซุกหน้ากับกระเป๋าเป้ใบเก่งปล่อยให้คู่รักที่อยู่ข้างตัวเคลียร์ปัญหาของตัวเองไป “คิมไค!” ลู่ฮานเข่นเขี้ยว มองชายหนุ่มที่ถือโอกาสโอบไหล่ตัวเองเอาไว้ด้วยสายตาพิฆาต เขาอุตส่าห์ยอมให้จูบต่อหน้าคนอื่นเพราะคิดว่าอีกนานคงจะได้เจอกัน แต่ตาบ้านี่กลับไม่ยอมบอกเขาว่าตัวเองจะเดินทางมาด้วย มิน่าล่ะ เขาถึงไม่เห็นชื่อของคนตัวสูงในห้องสำนักงาน เห็นเพียงแต่ชื่อของอู๋อี้ฟานเท่านั้น คราวนี้เขาจะโกรธจริงๆ แล้วนะ! “โอ๋ๆ อย่ามองแบบนี้สิครับ ผมไม่ได้โกหกอะไรคุณเลยนะ ไปๆ มาๆ ที่เกาะนี้คอยดูแลร่วมกับหุ้นส่วนอย่างเฮียฟ่าน” มันก็จริงที่ไคไม่ได้โกหกเขา ลู่ฮานคิดเอาเองว่าชายหนุ่มจะอยู่ประจำที่เกาะเอ็กส์โอ แต่ก็เพราะไคแสดงให้เขาเห็นแบบนี้ไม่ใช่หรอ การที่ไม่ยอมบอกหรืออธิบายให้เข้าใจมันก็ชวนให้โมโหอยู่ดี ที่สำคัญ......เขาอายที่ไปจูบกับไคต่อหน้าอี้ชิง ลู่ฮานสะบัดหน้าหนีก่อนจะรู้สึกเหมือนลอยขึ้นจากที่นั่งเมื่อเรือปะทะกับคลื่นขนาดใหญ่จนเกิดเสียงดัง “เป็นไรไหม” คนที่โอบเอวเอาถามด้วยความเป็นห่วง ลู่ฮานส่ายหน้าไปมาก่อนจะมองไปยังอี้ชิงที่ยังคงสบายดี แถมยังเริ่มตาปรือเพราะความง่วง เห็นน้องไม่เป็นไรก็หาเรื่องคนตัวโตต่อ ข้อศอกเล็กพุ่งเข้าหาหน้าท้องแกร่ง ยิ้มสะใจที่เห็นไคเบ้หน้า “ลงโทษ!” “หายงอนแล้วใช่ไหม” ลู่ฮานเลิกคิ้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่ก็ปล่อยให้คนตัวโตโอบได้ตามใจ อี้ชิงที่แกล้งหลับเหลือบมองคู่รักที่แนบชิดกันแล้วต้องอมยิ้มจนแก้มบุ๋มเมื่อเห็นพี่ชายจอมหวงแถมยังหัวแข็งยิ่งกว่าอะไรกลับยอมที่จะอ่อนให้กับพี่ไคเท่านั้น บางทีไม่นานจากนี้ อาจมีข่าวดีท่ามกลางสายลม แสงแดด และท้องทะเลกว้างของคู่รักสองคู่ก็เป็นได้ ..................END.................. - Lavender on the beach - Permalink - Comments:0 - TrackBack:0 - TOP ▲ - |
|